crisis5 (end)
ไรน์เปิดประตูห้องผู้ป่วยอย่างระวัง เมื่อมองตรงไปที่เตียงก็เห็นร่างสูงนอนยังคงหลับสนิทอยู่ ร่างบางค่อยจรดปลายเท้าเข้าไปพิจารณา ใบหน้าคมสันดูซีดเผือดไปเล็กน้อย ปอยผมหล่นลงมาปิดหน้าผากทำให้ใบหน้าเข้มนั้นดูอ่อนเยาว์ลง ไรน์เสยผมให้อย่างอ่อนโยน มองดูแพขนตาหนาแล้วก็อดใช้ปลายนิ้วกรีดเล่นไม่ได้
“ขอโทษนะครับ ถ้าไม่เป็นเพราะผม คุณคงไม่ต้องบาดเจ็บขนาดนี้” ไรน์กระซิบ มือไล้ใบหน้าคมสันอย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงแตะริมฝีปากไปที่ปลายคางเบาๆ แต่ยังไม่ทันเงยหน้า ดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่ทำท่าหลับสนิทอยู่เมื่อครู่ก็กระพริบวูบ พร้อมกับเหนี่ยวต้นคอเล็กโน้มริมฝีปากบางลงมาจุมพิตอย่างอ่อนหวาน
“อื๊อ!” ไรน์อุทานออกมา ทำให้เควินฉวยโอกาสแทรกปลายลิ้นขโมยจุมพิตจากริมฝีปากอ่อนบางทันที ไรน์วางมือลงบนอกกว้างเมื่อถูกรั้งให้เอนร่างลงไป ร่างบางจุมพิตตอบอย่างอ่อนโยน ก่อนจะถอนริมฝีปากออกมา เมื่อมือใหญ่เริ่มลูบคลำเปะปะไปทั่วร่างบอบบาง
“เควิน จะทำอะไรน่ะ” ไรน์ปรามเบาๆ หน้าแดงเมื่อเห็นแววตาของชายหนุ่มทอประกายระยับขึ้น
“ก็จะทำอย่างนี้ไง” เควินพูดพร้อมกับเลื่อนมือลงไปที่สะโพกนุ่มของไรน์
“เควิน คุณยังเป็นคนเจ็บอยู่นะ” ไรน์อุทานออกมาอย่างอ่อนใจ
“แค่ถูกยิงที่ขาเท่านั้น ส่วนอื่นยังใช้ได้อยู่นะ” เควินตอบ แววตาส่อความหมายลึกซึ้งที่ทำให้ไรน์ถึงกับหน้าแดง
“บ้า! ทะลึ่ง! ลามก!” ไรน์หลุดปากออกมา เควินหัวเราะรั้งร่างที่กำลังจะขยับหนีไว้แน่น จนไรน์ไม่กล้าขยับเพราะกลัวว่าจะไปกระเทือนแผลที่ต้นขาของชายหนุ่ม
“ก็ใครมายั่วกันก่อนล่ะ”
“ไม่ได้ยั่วซักหน่อย”
“ไม่รู้ล่ะ คุณต้องรับผิดชอบด้วย” เควินกระซิบริมหูเบาๆ แววตาเริ่มแปรเปลี่ยนร้อนแรง พร้อมกับจับมือไรน์ลูบลงไปที่ส่วนล่างของเขา ไรน์หน้าแดงกระตุกมือกลับทันทีเมื่อสัมผัสความแข็งแกร่งภายใต้กางเกงผ้าเนื้อบางของชุดผู้ป่วย แต่เควินไม่ให้โอกาสไรน์ได้ปฏิเสธ คว้าร่างบางนั้นลากขึ้นมาทาบบนร่างเขาจนได้
“เควิน” ไรน์ปรามอย่างอ่อนแรง เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวจุมพิตที่ใบหูเล็ก ฟันแข็งแรงขบเม้มจนทำให้ร่างบางถึงกับสะดุ้ง ไรน์แว่วเสียงหัวเราะเบาเมื่อจมูกโด่งนั้นเลื่อนลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่น มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อออกอย่างชำนาญแล้วเลื่อนมือเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตของไรน์ เสียงปรามเริ่มขาดหายไปเมื่อปลายนิ้วบีบขยี้ยอดอกเขาอย่างนุ่มนวล
“อื๊อ...อย่านะ เค..วิน” ไรน์ขยับตัวทำให้สะโพกเสียดสีกับบาดแผลของเควิน ชายหนุ่มนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเจ็บแต่มือยังไม่ยอมหยุด แต่ไรน์รีบขยับถอยห่างทันทีเมื่อเห็นดังนั้น
“เควิน เจ็บแผลหรือครับ” ไรน์ถามอย่างกังวลแต่มือใหญ่คว้าชายเสื้อร่างบางไว้ทันที
“ไม่! ไรน์ ผมต้องการคุณ” เควินไม่ยอมให้ร่างบางถอยหนี เพราะตอนนี้ความเป็นชายของเขากำลังปวดร้าวและต้องการการปลดปล่อยยิ่งกว่าบาดแผลที่ต้นขาเสียอีก เขานอนอยู่ตั้งหลายวันแล้ว คิดถึงไรน์อยากรักให้สมกับความต้องการเหลือเกิน ไรน์มองแววตาดื้อดึงเปี่ยมแววปรารถนาแล้วก็ต้องยอมแพ้โน้มศีรษะไปกระซิบข้างหูเบาๆ
“ก็ได้ครับเควิน แต่ปล่อยผมก่อนนะครับ” เมื่อเควินยอมปล่อยมือ ไรน์จึงลุกขึ้นไปล็อคประตูห้องแล้วเดินกลับมาที่เตียง เควินเอื้อมมือไปแต่ไรน์ขยับถอย
“ไม่ ! เควิน อย่าขยับเดี๋ยวจะกระเทือนแผล” ไรน์กระซิบใบหน้าแดงเรื่อ ทำให้เควินมองอย่างแสนรัก
ไรน์ค่อยขยับขึ้นเตียงมานั่งระหว่างต้นขาแข็งแรง เควินยกแขนขึ้นไปรองศีรษะแล้วมองร่างบางที่หน้าแดงระเรื่อเหมือนไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง สายตาคมกริบคู่นั้นจึงทอประกายยั่วเย้าเหมือนท้าทาย ทำให้ไรน์นึกอยากเอาชนะขึ้นมาทันที
ร่างบางยืดตัวขึ้นจุมพิตที่ปลายคางแข็งแรงได้รูป ปลายลิ้นอ่อนนุ่มไล้เลียลงมาตามลำคอแข็งแรงเลียนแบบการกระทำของชายหนุ่มเมื่อครู่ มือเล็กค่อยๆ ปลดเชือกที่ผูกเสื้อผู้ป่วยออก ไล้ปลายนิ้วแผ่วเบาไปทั่วแผ่นอกกว้างแข็งแรง แล้วฟันซี่เล็กก็ขบย้ำลงมาตามหน้าอก ลมหายใจผะแผ่วแตะต้องผิวหนังทำให้เควินพึมพำเสียงพร่า นิ้วเรียวแข็งแรงเอื้อมมาที่ศีรษะเล็กเสยผมนุ่มแล้วดันให้เลื่อนลงข้างล่าง ไรน์ค่อยลดริมฝีปากลงขณะมือเลื่อนลงไปปลดปล่อยความแข็งแกร่งของเควินให้เป็นอิสระ
เควินถอนใจลึก เมื่อริมฝีปากเปียกชื้นสัมผัสความเป็นชายของเขาอย่างขลาดอายในตอนแรก นิ้วเรียวบางสัมผัสเคล้าคลึงขณะที่ริมฝีปากบางก็ตวัดไล้เลียเขา เสียงครางของเควินทำให้ไรน์มั่นใจยิ่งขึ้น เควินสอดนิ้วไปใต้เรือนผมนุ่มกำแน่นเมื่ออารมณ์เริ่มทวีสูงขึ้น
“อืมม์ ไรน์” เควินครางออกมา ร่างเครียดเกร็ง พระช่วย! ริมฝีปากนุ่มนวลอบอุ่นกระตุ้นเร้าเขาจนแทบจะเลยผ่านขอบเขตการควบคุมตัว ชายหนุ่มมองศีรษะที่เล็กขยับเข้าออกเป็นจังหวะ ในที่สุดสะโพกแกร่งกระตุกอย่างยอมแพ้พร้อมกับฉีดพุ่งน้ำสีขาวขุ่นร้อนผ่าวออกมา
“อึ๊..” ไรน์อุทานพร้อมกับจะถอนริมฝีปากออก แต่มือใหญ่กลับประคองศีรษะเล็กไว้แน่น ร่างบางจึงลิ้มรสความปราถนาของชายหนุ่มเข้าไปก่อนจะเงยหน้าขึ้น
เควินหอบหายใจพร้อมกับยิ้มที่มุมปากเมื่อดึงร่างบางขึ้น แววตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มอิ่มเอมทำให้ไรน์หน้าแดงเรื่อด้วยความอาย มือใหญ่ของชายหนุ่มเช็ดใบหน้าเรียวและมุมปากที่ยังเปรอะเปื้อนคราบของเหลวของเขาอยู่ พร้อมกับโน้มศีรษะเล็กลงมาจุมพิตไล้เลียมุมปากบางเบา เคล้าเคลียก่อนจะแทรกปลายลิ้นเข้าไป ไรน์อ้าปากรับลิ้นอุ่นร้อนเข้ามาอารมณ์ทำท่าจะตื่นเพริดก่อนจะนึกขึ้นได้ ไรน์หน้าแดงหายใจถี่เร็ว ขณะถอยหนีพร้อมกับเตือนเบาๆ
“พอ...พอได้แล้ว เควิน” ร่างบางขยับลุกแล้วเดินเข้าห้องน้ำทันที ได้ยินเสียงเควินหัวเราะตามหลังเข้าไป
ไรน์เช็ดหน้าที่แดงระเรื่อ แล้วก็ยืนหน้ากระจกในห้องน้ำเนิ่นนานถึงจะกล้าเดินออกมา พอสบตาที่แสดงความพึงพอใจ และอิ่มเอมจากร่างสูงก็หน้าแดงอีกรอบแล้วรีบขมวดคิ้วทำหน้าบึ้งใส่อย่างโกรธแกมอาย ก่อนจะเดินไปปลดล็อคประตูแล้วก็หมุนตัวไปนั่งที่ริมหน้าต่างห่างจากเตียงออกเป็นวา ไม่สนใจเสียงประท้วงจากร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียง
เสียงเปิดประตูเข้ามาทำให้ไรน์หันขวับ เมื่อเห็นบิดาและโรเจอร์เดินเข้ามาร่างบางก็ยิ้มรับก่อนจะตวัดสายตาไปยังชายหนุ่มอย่างเตือนๆ ทำให้เควินยิ้มเล็กน้อย
“เป็นไงบ้างเควิน” นายพลเรืออาวุโสยิ้มอย่างอารมณืดีเมื่อทักชายหนุ่ม
“ดีขึ้นแล้วครับท่าน อีกไม่นานคงกลับไปทำงานได้” โรเจอร์พยักหน้า ขณะที่คีธยิ้มเมื่อเห็นบุตรชายนั่งอยู่ร่างสูงเดินเข้าจุมพิตแก้มนวลใสที่เอียงให้ พร้อมกับบ่นเล็กน้อย
“เดี๋ยวพ่อกับโรเจอร์ก็มาเยี่ยมเควิน บอกให้รอพ่อก่อนแล้วมาพร้อมกันก็ไม่ฟัง ไม่รู้จะรีบมาทำอะไรแต่เช้า” ไรน์หน้าแดงหลบตาบิดาเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งทำผ่านไปก่อนหน้านี้ไม่นาน ทำให้คีธมองท่าทางของไรน์อย่างสงสัย แล้วเหลือบตาไปดูเควินที่นั่งวางสีหน้าเรียบเฉยอยู่บนเตียง
“งานเสร็จสิ้นเรียบร้อย ผมคงจะถอนทีมปฏิบัติการออกจากบ้านคุณภายในสองสามวันนี้นะครับ คีธ ผมแน่ใจว่าคงไม่มีปัญหาอะไรอีก”
“อืมม์! พวกคุณทำงานได้ดีมาก ขอบคุณอีกครั้งนะเควิน แล้วนี่หมอจะให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่”
“อีกอาทิตย์นึงครับ ช่วงนี้ผมจะให้ร็อบรับผิดชอบงานแทน ก่อนที่จะถอนทีมออกมา” ไรน์เหลือบตามองเควินเมื่อได้ยินคำตอบ ดวงตางดงามหม่นลงด้วยความไม่มั่นใจปนหวาดระแวง
‘งานจบแล้ว เควินกำลังจะจากไปเหมือนครั้งที่แล้วอีกหรือเปล่า’
เควินสบตาไรน์แล้วก็ชะงัก ชายหนุ่มเข้าใจความหวาดระแวงนั้นเขาอยากจะยืนยันความรู้สึกให้ร่างบางมั่นใจในตัวเขา แต่ก็ติดขัดที่คีธกับโรเจอร์ยังยืนอยู่
ทางฝ่ายคีธเองก็มองแววตาหวั่นไหวของไรน์แล้วก็ต้องถอนใจ กระชับไหล่บางของบุตรชายให้แน่นก่อนจะหันมามองเพื่อนสนิท โรเจอร์สบตาคีธ เห็นเพื่อนพยักหน้าให้สัญญาณ จึงเรียกไรน์
“มานี่เถอะไรน์ ไปหาหมอกับลุงนะ ลุงอยากจะคุยกับหมอให้ละเอียดเรื่องอาการของเควินเสียหน่อย”
“ครับ” ไรน์ลังเลก่อนจะรับคำเบาๆ เหลือบตามองเควินแล้วหมุนกายเดินตามโรเจอร์ไป
เมื่อไรน์พ้นห้องไปแล้ว คีธจึงหันกลับมามองร่างสูงที่นั่งอยู่บนเตียง ร่างสูงอายุถอนใจก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างไม่อ้อมค้อม
“ไรน์เป็นดวงใจของผมนะเควิน ผมจะไม่ยอมให้ใครทำให้ไรน์เป็นทุกข์หรือเสียใจเป็นอันขาด” คีธเดินไปที่หน้าต่างแล้วหันกลับมามองร่างสูงที่ยังนอนบนเตียง เควินสบตาคีธอย่างมั่นคง
“ผมก็เช่นกันครับ คีธ ผมรักไรน์” ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างมั่นใจ คีธอึ้งเมื่อได้ยินการยอมรับของชายหนุ่มแม้จะเตรียมใจไว้แล้ว ร่างสูงอายุพึมพำค้านออกมา
“แต่ไรน์ยังเด็กนักนะเควิน คุณแน่ใจแล้วหรือ” คีธถามทั้งที่รู้ว่าความรู้สึกของไรน์ที่มีให้กับชายหนุ่มตรงหน้าเขานั้นลึกซึ้งแค่ไหน
ดวงตาเควินอ่อนโยนลง เมื่อได้ยินคำถามนั้น คำถามที่เขาเคยถามตนเองและยึดมันไว้เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิเสธไรน์มาตลอด จนกระทั่งวันที่ไรน์ถูกยิง วันนั้นเขาเกือบจะสูญเสียไรน์ไป เขาจึงได้รู้ตัว
“ผมแน่ใจในตัวไรน์เช่นเดียวกับที่แน่ใจในตัวเอง”
“แต่ถ้ามันมีอะไรที่เปลี่ยนไปล่ะ คุณจะยอมปล่อยไรน์ไป ใช่มั้ย?” เควินเงยหน้าขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำถามนั้น
“หมายความว่าอะไรครับ”
“ผมหมายถึงถ้าไรน์ต้องการที่จะไปจากคุณ หรือเมื่อเขารู้ตัวว่าเขาต้องการคนอื่นมากกว่าคุณ” เควินนิ่งไปนานเมื่อได้ยินประโยคนั้น ชายหนุ่มสบตาคีธ
“ไม่! คีธ ผมจะไม่ปล่อยไรน์ไป เพราะผมแน่ใจว่าเหตุการณ์นั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น และผมก็แน่ใจว่าผมดีที่สุดสำหรับไรน์ จะไม่มีใครรักเขามากไปกว่าผม”
คีธนิ่งงันไปเมื่อได้ฟังคำตอบที่เชื่อมั่นในตัวเองเช่นนั้น ร่างสูงอายุถอยกายไปทรุดตัวนั่งที่เก้าอี้อย่างอ่อนใจ ‘นี่เขาคงจะขัดขวางไม่ไหวแล้วล่ะมั้ง’ แม้เขาจะพยายามปกป้องไรน์แต่ไรน์ก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง และถ้าไรน์เลือกคนตรงหน้านี้เขาคงพอจะวางใจได้
“แล้วหลังจากนี้ไป คุณจะทำอย่างไร” คีธถามเหมือนจะยอมรับ
“ผมต้องกลับไปดูแลเดเวอโร ซีเคียวริตี้ ให้กับอเล็กซ์ต่อ ซึ่งจะเป็นงานบริหารอย่างเดียวเท่านั้น ผมไม่อยากให้ไรน์เป็นกังวลเวลาผมต้องออกไปทำงานเสี่ยงอันตรายอีก สำหรับทีมปฏิบัติการและฝ่ายรักษาความปลอดภัยนั้นก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ผมคงจะวางมือทางนั้นได้”
ในที่สุดคีธก็ยื่นมือให้ชายหนุ่ม
“ถ้าเช่นนั้นรับปากกับผม ดูแลไรน์ให้ดีที่สุดนะเควิน” เควินยิ้มขณะสัมผัสมือของคีธอย่างหนักแน่น
“ผมสัญญา”
ผ่านไปอีกครู่ใหญ่ โรเจอร์ก็เคาะประตูห้องก่อนเดินเข้ามา เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามคีธ
“ไง คุยกันเรียบร้อยแล้วรึ”
“อืมม์ กลับกับเถอะโรเจอร์ ฉันต้องเข้าประชุมตอนบ่ายนี้” แล้วคีธก็หันไปมองไรน์ที่กำลังเหลือบตาดูพวกเขาด้วยแววตาสงสัย โอบแขนรอบไหล่บาง
“ไรน์จะกลับพร้อมพ่อเลยหรือเปล่า ลูก” ไรน์หันมามองเควินอย่างลังเล ชายหนุ่มรีบเอ่ยทักท้วง
“ไรน์อยู่ก่อนนะ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”
“งั้นพ่อกลับก่อนนะ ไรน์”
“ครับ” ไรน์รับคำเบาๆ เควินรอให้คีธกับโรเจอร์ออกไปพ้นห้องก่อน ชายหนุ่มมองร่างบางที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แต่ไรน์กลับมองเมินไปที่ช่อดอกไม้หัวเตียง
“ไรน์ เข้ามาอีกนิดซิ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเรียกเบาๆ ไรน์เหลือบตามองนิดหนึ่ง
“อยู่ที่นี่ก็ได้ยินนี่ครับ มีอะไรก็พูดมาเถอะไม่มีใครเข้ามาสักหน่อย” เควินถอนใจก่อนจะสะบัดผ้าห่มแล้วขยับก้าวลงจากเตียงทันที
“เควิน!!” ไรน์อุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นร่างสูงเซเล็กน้อย แล้วรีบก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็วอ้อมแขนเรียวกอดประคองเควินไว้ ชายหนุ่มรีบฝืนร่างไว้ไม่ให้ล้มทับไรน์ได้ทันพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น
“เควิน คุณทำอะไรน่ะ เดี๋ยวปากแผลก็เปิดหรอก” ไรน์อุทานอย่างโกรธๆ แต่กิริยาประคับประคองชายหนุ่มไปนั่งที่เก้าอี้มุมห้องกลับอ่อนโยนยิ่งนัก เควินทรุดนั่งลงพร้อมกับมือแข็งแรงที่คว้าร่างบางลงมานั่งซ้อนตัก ไรน์ขยับจะดิ้นแต่เมื่อนึกถึงแผลของชายหนุ่มจึงชะงัก แต่ร่างบางยังคงเมินไม่สบตาเควิน
“อย่าพึ่งโกรธสิไรน์ ฟังผมก่อนนะ” เควินง้อเบาๆ
“ผมรู้ คุณกำลังจะไปอีกแล้ว คุณจะบอกผมอย่างนั้นใช่ไหม” ไรน์พึมพำเสียงพร่า ดวงตาสีทองเริ่มพร่ามัว ร่างบางรีบซุกหน้าเข้าหาอกกว้างเพื่อซ่อนใบหน้า เควินเชยคางเล็กขึ้นพอสบตาฉ่ำด้วยหยาดน้ำคู่นั้นแล้ว ชายหนุ่มก็รู้สึกเสียใจที่ทำให้ร่างบางเจ็บปวดด้วยความเข้าใจผิด
“ไม่ ผมจะไม่ไปไหน” ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงอ่อนโยน ก้มหน้าลงจุมพิตแก้มนวลใส ร่างบางเบือนหน้าหนีพยายามกล้ำกลืนน้ำตา
“แต่คุณบอกว่างานเสร็จแล้ว คุณกำลังจะไป”
“ใช่งานผมเสร็จแล้ว ผมบอกว่าจะถอนทีมปฏิบัติการออก ไม่ได้บอกว่าจะไปไหนเสียหน่อย” ไรน์เงยหน้ามองอย่างไม่เข้าใจ แต่เมื่อสบตาคมกริบที่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนคู่นั้นร่างบางหน้าแดงระเรื่อขึ้น เควินกระซิบเบาๆ
“ผมรักคุณ ไรน์ หลังจากนี้ไปผมจะไม่ไปไหนอีกแล้ว ผมสัญญาคุณจะมีผมเป็นบอดี้การ์ดไปตลอดชีวิต” ไรน์ครางแผ่วเบาอย่างยินดีพร้อมกับกอดร่างสูงแนบแน่น เควินลูบแผ่นหลังบอบบางนั้น
“ตอบผมสิ ไรน์ ว่าคุณยินดีที่จะอยู่กับผมไปตลอดชีวิตใช่มั้ย”
“ครับเควิน” ไรน์พึมพำออกมาแผ่วเบา เควินยิ้มออกมาอย่างยินดี ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกอ้อมแขนกระชับร่างบางแนบแน่นจนแทบจะเป็นร่างเดียวกัน
c c c c c c
นิ้วเรียวแข็งแรงของชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังผูกเน็คไทชะงักเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจแผ่วเบาจากร่างบอบบางที่กำลังนอนคว่ำหลับสนิทอยู่บนเตียงกว้าง มีเพียงผ้าห่มสีขาวสะอาดพันตัวไว้รุ่ยร่าย เผยให้เห็นเรียวขางดงามและแผ่นหลังเปลือยเปล่า ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้เรือนผมยุ่งๆ เห็นเพียงสันจมูกโด่งเล็ก ดวงตาคมกริบที่เหลือบมองร่างงดงามนั้นทอประกายอ่อนโยน
เควินคุกเข่าลงข้างๆ ก้มลงจุมพิตต้นคอหอมกรุ่นไล่ริมฝีปากมายังแผ่นหลังเปลือย ริมฝีปากได้รูปอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงครางเบาๆ จากร่างที่ยังคงหลับสนิทอยู่ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นอย่างตัดใจคลี่ผ้าห่มที่พันรุ่ยร่ายอยู่ขึ้นคลุมตัวให้ ก่อนจะลุกขึ้นคว้าเสื้อนอกแล้วเดินออกจากห้องนอนไป
“กริ๊งงงงงง....”
ไรน์ขยับลืมตาอย่างงัวเงีย ร่างเปลือยพลิกตัวบนเตียงนุ่มกว้างใหญ่มองแสงสว่างที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานกว้างของห้องนอนเข้ามาอย่างง่วงงุน ก่อนจะมองหาต้นเสียงแล้วเอื้อมมือไปรับ
“ฮัลโหล..”
“อรุณสวัสดิ์ ไรน์ นี่พ่อเองนะลูก เป็นไงบ้าง” ไรน์คลี่ยิ้มเมื่อได้ยินเสียงคีธ แม้เขาจะมาอยู่กับเควินที่แมนชั่นของชายหนุ่มเดือนหนึ่งแล้ว แต่พ่อก็ยังเป็นฝ่ายโทรมาทักทายแทบจะทุกเช้า
“สบายดีครับพ่อ แล้วพ่อล่ะครับ”
“ไม่ค่อยสบายหรอก คงเพราะคิดถึงใครบางคนน่ะ วันนี้กลับบ้านมากินข้าวกับพ่อนะ ชวนเควินมาด้วยก็ได้”
“ครับพ่อ” ไรน์หัวเราะ ได้ยินน้ำเสียงสะบัดเล็กน้อยเมื่อพ่อของเขาเอ่ยถึงเควิน คีธยังคงตั้งแง่กับเควินอยู่บ้างที่พาไรน์ออกมาอยู่ที่แมนชั่นส่วนตัวของเขา คีธค่อยวางหูลงหลังจากคุยไปสักพักพร้อมกับยิ้มเมื่อได้ยินเสียงแจ่มใสอย่างมีความสุขของบุตรชาย
ไรน์มองไปรอบๆ ห้องนอนกว้างที่ตกแต่งอย่างงดงามแต่ก็ดูเรียบง่าย ด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่ทุกชิ้นถูกเลือกสรรด้วยฝีมือนักตกแต่งชั้นเลิศ
นี่ก็สายมากแล้ว เควินคงไปทำงานโดยไม่ได้ปลุกเขา ไรน์บิดตัวแล้วก็ครางเบาๆ เมื่อรู้ปวดเมื่อยและระบมไปหมด เมื่อคืนนี้เควินดูเร่าร้อนและรุนแรงจนไรน์แทบจะถูกเผาไหม้ด้วยอารมณ์พิศวาส ร่างนุ่มนิ่มถูกจับพลิกแพลงหลายลีลาตามความต้องการของชายหนุ่ม กว่าเควินจะสมปรารถนาไรน์ก็แทบจะช้ำไปทั้งตัว
ไรน์หย่อนเท้าลงจากเตียง ร่างเปลือยทรงตัวขึ้นก่อนจะเหลือบมองกระจกเงาบานใหญ่ติดผนังแล้วก็อุทานเมื่อเห็นผิวขาวนวลปรากฏรอยแดงช้ำไปทั่ว โดยเฉพาะหน้าท้องเรียบเนียนและต้นขาเรียว มือบางไล้เบาๆ ที่รอยช้ำแล้วให้รู้สึกวาบหวิวขึ้นมาเมื่อนึกถึงริมฝีปากร้อนผ่าวที่ทิ้งรอยเหล่านี้ไว้ ไรน์รีบสะบัดศีรษะแล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำทันที
c c c c c c
ไรน์ก้าวออกจากลิฟท์ที่ขึ้นมาถึงชั้นบนสุด ซึ่งเป็นส่วนทำงานของคณะผู้บริหารของเดเวอโร ซีเคียวริตี้ โซนของห้องทำงานถูกแยกจากกันเป็นสัดส่วน ตกแต่งหรูหราและดูสง่าและงดงาม ร่างบางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างสนใจ เนื่องจากเขาพึ่งเคยมาที่ทำงานของเควินเป็นครั้งแรก
“ขอโทษครับ ผมชื่อไรน์ ดาร์ซีย์ ผมมาขอพบคุณเควิน” ชาร์ล เลขาหนุ่มร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะมองร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มอ่อนโยนและดวงตางดงามสีอำพันแจ่มใสของไรน์ทำให้ชาร์ลต้องยิ้มตอบอย่างลืมตัว
“ผู้อำนวยการกำลังมีแขก รอสักครู่ผมจะเข้าไปเรียนให้ท่านทราบนะครับ”
“ขอบคุณครับ”
ไรน์ยิ้มก่อนจะถอยไปนั่งรอในส่วนที่เป็นบริเวณรับรองแขก ซึ่งถูกกั้นแยกจากส่วนทำงานด้วยฉากฉลุงดงาม ยกมือดูนาฬิกาเกือบเที่ยงแล้วคงรออีกไม่นานนัก ร่างบางยิ้มน้อยๆ ขณะคว้าหนังสือพิมพ์บนโต๊ะขึ้นอ่าน
สักครู่ใหญ่ประตูห้องทำงานก็เปิดออก ไรน์เหลือบมองผ่านลวดลายละเอียดของฉาก ดวงตาสีทองทอประกายระยับขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงพร้อมกับขยับจะลุกขึ้น แต่แล้วร่างบางก็ชะงักเมื่อชายหนุ่มเบี่ยงตัวให้หญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมา
“เจสซิกา..” ไรน์พึมพำออกมาเบาๆ เมื่อเห็นถนัดตา มองมือเรียวงามของหญิงสาวที่แตะปกเสื้อเควินแล้วก็จุมพิตแก้มก่อนจะกระซิบพูดอะไรเบาๆ กับชายหนุ่ม
“ชาร์ล ส่งคุณเจสซิกาด้วย” เควินหันไปสั่งเลขาเขาก่อนจะปิดประตูห้องทำงาน ชาร์ลยิ้มก่อนจะเดินนำหน้าหญิงสาวไปที่ลิฟท์พร้อมกับกดเรียกให้
ชาร์ลหันกลับเมื่อประตูลิฟท์ปิด แล้วก็ขมวดคิ้วเมื่อเห็นร่างบางลุกขึ้นแล้วเดินตรงมายังลิฟท์โดยไม่รอพบเจ้านายเขา
“อ้าว ไม่รอพบท่านแล้วหรือครับ ผมกำลังจะเข้าไปเรียนท่านทราบ” ชาร์ลยิ้มอย่างมีไมตรี โดยไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าทำไมอยากอำนวยความสะดวกให้หนุ่มน้อยตรงหน้านี้นัก
“เอ่อ ตอนนี้ไม่ต้องแล้วครับ พอดีผมนึกได้ว่ามีธุระเลยต้องรีบไปก่อน ขอบคุณมากครับ” ไรน์ฝืนยิ้มก่อนจะตอบอย่างสุภาพ
“ไม่เป็นไรครับ” ชาร์ลก้มศีรษะให้ก่อนจะหันไปกดลิฟท์ให้อีกครั้ง
ไรน์ยืนกอดอกพิงผนังลิฟต์ แม้จะรู้ตัวว่าเป็นที่รักมากมายแค่ไหนแต่ร่างบางก็อดคิดอย่างขุ่นข้องไม่ได้ จนทำให้ไม่อยากเข้าไปพบเควิน ‘ฮึ! ไหนว่าเควินไม่ได้ติดต่อเจสซิกา แล้วทำไมเจสซิกาถึงมาหาได้ แถมยังดูสนิทสนมกันเหมือนเดิมอีกต่างหาก’
c c c c c c
เควินวางปากกาลงเหลือบดูนาฬิกาเย็นมากแล้ว เขาพึ่งจะเสร็จจากประชุมตอนบ่าย พอดีอเล็กซ์กับแม็กซ์มาร่วมด้วยทำให้การประชุมยืดเยื้อจนถึงเย็น ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์ใช้เท้าหมุนเก้าอี้หันหน้าไปทางหน้าต่าง
“นีนี่ หรือ ขอสายไรน์หน่อย” ชายหนุ่มเอ่ยทันทีที่ได้ยินเสียงตอบของแม่บ้าน
“คุณไรน์ออกไปหาคุณนี่คะ บอกนีนี่ว่าไม่ต้องทำอาหารเที่ยงกับอาหารเย็นจะไปรับประทานกับคุณ” แม่บ้านตอบอย่างงงๆ
“แล้วออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่” เควินขมวดคิ้วทันที เหลือบตามองนาฬิกาอีกครั้ง
“ตั้งแต่ก่อนเที่ยงอีกนะค่ะ”
“อะไร ทำไมยังมาไม่ถึงอีก” เควินร้อนใจขึ้นมาเมื่อเห็นเวลาผ่านไปตั้งนานแล้ว ชายหนุ่มเงยหน้ามองชาร์ลซึ่งหอบเอกสารเข้ามาให้เซ็น เลขาหนุ่มวางเอกสารลงบนโต๊ะมองสีหน้ายุ่งๆ ของเจ้านาย
“ชาร์ล วันนี้มีใครมาหา แล้วไม่ได้พบผมหรือเปล่า” เลขาหนุ่มทบทวนความคิดอย่างรวดเร็ว
“ครับ ก่อนเที่ยง คุณไรน์ ดาร์ซีย์ มาขอพบท่านแต่รอสักครู่ก็กลับไปนะครับ”
“บ้าจริงชาร์ล ทำไมไม่เข้ามาบอกผม” เควินเงยหน้ามองชาร์ล เลขาของเขาอย่างโมโห
“ตอนนั้นท่านมีแขกครับ และพอคุณเจสซิกากลับ ผมกำลังจะเข้ามาเรียนท่าน คุณดาร์ซีย์กลับบอกไม่เป็นไรแล้วก็กลับเลยครับ” ชาร์ลรายงานเสียงเบาลงเมื่อเห็นสีหน้าเจ้านาย เควินทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้โบกมือให้ชาร์ลออกไปได้ ทำไมต้องประจวบเหมาะขนาดนี้นะไรน์คงเห็นเขาอยู่กับเจสซิกาล่ะสิ ชายหนุ่มเริ่มร้อนใจ
“บ้าจริง” เควินสบถในใจอีกครั้งเมื่อติดต่อไรน์ไม่ได้เลย โทรศัพท์มือถือก็ปิด
เควินตัดสินใจโทรไปที่บ้านอีกครั้ง คราวนี้วางหูลงอย่างขุ่นเคืองนิดๆ เมื่อแม่บ้านบอกว่าไรน์โทรเข้ามาแล้ว บอกว่าจะไม่กลับบ้านและจะไปค้างที่บ้านคีธ แต่พอเควินโทรไปที่บ้านคีธ ไรน์กลับไม่ยอมรับโทรศัพท์ สำเนียงหัวเราะๆ อย่างพอใจของคีธได้ยินทางโทรศัพท์ทำให้อารมณ์ของเควินถึงกับโมโหกรุ่นขึ้นมาเล็กน้อย ชายหนุ่มคว้าเสื้อที่พาดอยู่กับเก้าอี้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างกับพายุ
c c c c c c
เควินมาถึงบ้านคีธเมื่อค่ำมากแล้ว ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็วทำให้คีธเงยหน้ามองเขาอย่างยิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยทัก
“อ้าว! เควิน ไม่เห็นไรน์บอกเลยว่าคุณจะมาด้วย”
“งั้นหรือครับคีธ สงสัยไรน์จะลืมไป” เควินตอบเสียงเย็น พยายามควบคุมความหงุดหงิดไว้ “แล้วไรน์อยู่ที่ไหนครับ”
“อยู่ในห้อง คุณจะอยู่รับอาหารเย็นกับเราหรือเปล่า ผมจะให้แม่บ้านเตรียมเพิ่มให้” เควินหันกลับมาเมื่อเดินขึ้นบันไดไปได้ครึ่งทาง
“แน่นอนครับ”
เควินก้าวขึ้นบันไดเขาจะต้องคุยกับไรน์ให้รู้เรื่อง ‘นี่อะไร แค่ไม่พอใจก็หนีกลับบ้านเสียแล้วยังไม่ทันได้คุยกันเลย ไม่เชื่อใจเขาเลยหรือไงรักออกจนขนาดนี้แล้ว’ เควินคิดอย่างหงุดหงิด เมื่อรู้สึกว่าตนเองชักจะเกรงร่างบางเข้าไปทุกวัน
เควินพยายามปั้นหน้าเข้มเมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วก็ชะงักเมื่อเห็นห้องว่างเปล่า แต่แล้วก็หันขวับเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดออก ร่างบางสวมเสื้อคลุมสีขาวตัวยาวเดินออกมา และกำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกโชกอยู่ ขณะที่ใช้อีกมือรวบสาปเสื้อตรงหน้าอกไว้ หยดน้ำเกาะพราวและไหลมาตามลำคอระหง
“เควิน” ชายหนุ่มได้ยินไรน์อุทานแผ่วเบาแววตาสีอำพันคู่นั้นทอประกายวูบหนึ่ง
โทสะของเควินลดวูบลงทันทีเมื่อเห็นภาพงดงามเบื้องหน้า ไรน์ก้าวเดินมาข้างหน้าสาปเสื้อที่แยกออกทำให้เห็นต้นขาเรียวดึงดูดสายตาชายหนุ่มอย่างไม่รู้ตัว เควินสูดลมหายใจลึกอย่างระงับอารมณ์เมื่อเห็นริ้วรอยที่เขาฝากรักไว้เมื่อคืนยังปรากฏชัด
“ไรน์” อารมณ์ของชายหนุ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มือเอื้อมจะไปคว้าตัวร่างบางตรงหน้า แต่ไรน์เบี่ยงตัวหลบแล้วขยับไปนั่งที่เก้าอี้เล็กหน้ากระจกเงาบานสูงแบบเต็มตัวที่ออกแบบติดตู้เสื้อผ้าแบบเลื่อนให้เป็นห้องแต่งตัวได้ ร่างบางลงมือเช็ดเรือนผมต่อ แล้วค่อยเงยหน้าสบตาชายหนุ่มในกระจก
“ทำไมจู่ๆก็กลับมาบ้านอย่างนี้ ไม่บอกผมก่อน” เควินถามก่อนที่จะไขว้เขวไปกับร่างงดงามตรงหน้า น้ำเสียงพยายามทำให้แข็งอย่างที่ตนเองก็รู้ว่าแทบจะไม่สัมฤทธิ์ผล ไรน์หรุบสายตาลงก่อนจะตอบ
“ผมจะไปบอกคุณแต่..... เอ่อ..ช่างเถอะ ผมโทรไปบอกนีนี่ แล้วนะครับ” ไรน์ไม่สบตาเควิน ชายหนุ่มถอนใจในเมื่อไรน์ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ชายหนุ่มก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง พูดไปก็จะเหมือนกับว่าร้อนตัวเสียอีก เควินดึงผ้าขนหนูจากมือเล็กแล้วค่อยเช็ดผมที่ยังเปียกชื้นให้ มือเขาจับปลายผมนุ่มที่ตอนนี้เริ่มยาวขึ้นจรดจมูกลงไปอย่างอ่อนโยน
ไรน์ทำท่าจะเบี่ยงศีรษะแล้วก็ชะงักไว้ แต่เควินก็รู้ตัวทันที เขาจับคางเล็กให้หันมาสบตา ไรน์แตะปลายมือนั้นออกก่อนจะเบือนหน้าหนี แววตาสงบเฉยและทำกริยาเหมือนจะห่างเหิน แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร ทำให้เควินเป็นฝ่ายทนไม่ได้
“ไรน์ อย่าทำอย่างนี้กับผม” เควินพูดเสียงต่ำ ไรน์เบือนหน้ากลับมาตอบเสียงเรียบ
“ผมไม่ได้ทำอะไรนี่ครับ” เควินชะงัก ก็ใช่สิเพราะการวางเฉยไม่แสดงอะไรนี่ทำให้เขากังวล เขาเริ่มรู้สึกว่าควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ เควินทิ้งผ้าขนหนูลงกับพื้น เชยคางร่างบางให้หันมาสบตาเขาคราวนี้จับไว้แน่นไม่ยอมให้ไรน์เบือนหน้าหนี
เควินสบตาสีอำพันงดงามนั้นแล้วค่อยยิ้มออกมาเมื่อมองเห็นแววตาไรน์ชัด
“คุณหึงผม? เพราะว่าวันนี้คุณเห็นเจสซิกามาหาผม” ไรน์หน้าแดงวูบท่าทางเย็นชาหายไปทันที เมื่อได้ยินคำสรุป
“ไม่ได้หึง” ไรน์สะบัดหน้ากลับมามองกระจกพยายามไม่สนใจร่างสูงที่ซ้อนอยู่เบื้องหลัง มือเล็กรวบเสื้อคลุมเมื่อรู้สึกว่าสถานการณ์ทำท่าจะพลิกผัน
“งั้นทำไมจู่ๆ หนีกลับมาหาพ่อล่ะ
“พ่อชวนผมมาทานข้าวด้วย แล้วคืนนี้ผมก็ตั้งใจจะพักกับพ่อด้วย” ร่างบางเชิดหน้ายกมือกอดอกอย่างไม่ยอมแพ้
“ผมไม่ยอมนะ” เควินขัดขึ้นทันที
“ทำไม ดีเสียอีกคุณจะได้มีอิสระขึ้นไง จะไปไหนกับใครก็ได้ไม่ต้องห่วงผม”
“เฮ้อ! ผมจะไปไหนกับใครได้” ไรน์เหลือบตามอง เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหลุดคำถามที่ติดอยู่ที่ริมฝีปาก
“แล้วเจสซิกาล่ะ” เควินเงยหน้ามองเพดานห้องทำท่าถอนใจ พึมพำให้พอให้ร่างบางได้ยิน
“แล้วบอกว่าไม่หึง คนปากแข็ง”
“เควิน !” ไรน์เสียงเขียวขึ้นทันที แต่เควินยังยิ้ม เฮ้อ! ให้ต่อปากต่อคำอย่างนี้เสียยังดีกว่าวางท่าเรียบเฉย เย็นชาแบบเมื่อครู่ ซึ่งทำเอาเขาใจไม่ดีเลย
“วันนี้เธอมาเชิญผมไปงานแต่งงานของเธอซึ่งจะจัดในเดือนหน้า คราวนี้ว่ายังไงล่ะ” เควินทำเสียงยั่วเมื่อเห็นสีหน้าคาดไม่ถึงของไรน์
“งั้นหรือครับ” ร่างบางเริ่มอึกอักเมื่อรู้ว่าตัวเองคิดระแวงไปเอง ‘ก็ใครจะไปรู้ล่ะ’ ไรน์คิดในใจ เหลือบมองชายหนุ่มกลับพบว่าสายตานั้นเริ่มซุกซนเลื่อนลงมาตามรอยแยกเสื้อคลุม มือบางรวบอกเสื้อทันทีแล้วพึมพำ
“เอ่อ! เควิน ให้ผมแต่งตัวก่อน เดี๋ยวจะได้ลงไปทานอาหารเย็นกับพ่อ” ไรน์ขยับแต่ชายหนุ่มกดไหล่บางนั้นไว้จมูกโด่งก้มลงซุกไซ้ลำคอพร้อมกับเลื่อนเสื้อคลุมลง
“หึ! เรื่องอะไร อย่างนี้ต้องลงโทษที่ไม่เชื่อใจผม” เควินพึมพำ มือใหญ่เอื้อมมากอดร่างบางพร้อมกับลดมือลงต่ำมาที่ระหว่างต้นขางดงาม ไรน์คว้ามือแข็งแรงนั้นไว้ทันที
“เควิน อย่า..” ไรน์พยายามขัดขืนแต่เรี่ยวแรงก็น้อยลงจนในที่สุดก็ต้องยอมแยกต้นขาเรียวออก เควินขยับปลายนิ้วเร่งเร้าจนไรน์เลื่อนมือไปจับขอบเก้าอี้เล็กนั้น
“ไรน์ลืมตามองสิ” ไรน์เปิดเปลือกตาขึ้นสบตาพร่ามัวด้วยแรงพิศวาสของตนในกระจก ร่างของเขาเปลือยเกือบหมด เสื้อคลุมร่วงมากองที่เอว ด้านหน้าเปิดโล่ง ไรน์จ้องดูเงาสะท้อนมือใหญ่แข็งแรงที่กำลังเคล้าคลึงเขา แล้วก็ครางเบาๆเมื่อความเสียวซ่านเริ่มทวีตามจังหวะมือ ไรน์สะอื้นเมื่อชายหนุ่มปล่อยมือออก แล้วก็อุทานเมื่อเควินหันเก้าอี้มาตรงหน้าเขา ชายหนุ่มคุกเข่าลงทดแทนมือนั้นด้วยริมฝีปากที่เปียกชื้นร้อนผ่าวของตนเอง ปลายลิ้นขยับไล้เลียอย่างชำนาญ
“อ๊ะ..อ๊าา...ฮึก..เค..เควิน” นิ้วเรียวสอดเข้าไปในเรือนผมสีเงินจิกแน่น เมื่อปลายลิ้นดูดกลืนเขา เควินเร่งจังหวะขึ้นจนในที่สุดร่างบางก็เกร็งกระตุกหลั่งรินออกมา ศีรษะเล็กสะบัด ร่างแอ่นโค้งปลายเท้าจิกเท้าพื้นพรมแน่น พร้อมกับอุทาน
“เควิน..” ไรน์หอบหายใจ ร่างบางแทบจะร่วงลงจากเก้าอี้ถ้าเควินไม่คว้าเอาไว้ เควินโน้มศีรษะไรน์ลงมาจุมพิตอย่างดูดดื่มไรน์ตวัดปลายลิ้นรับ ได้ลิ้มรสชาดของตนเองที่ยังคงหลงเหลือในริมฝีปากเควิน ไรน์หอบหายใจเมื่อเควินถอนริมฝีปากออก
“ไรน์..” ร่างบางมองเควินแล้วก็หน้าแดง เมื่อชายหนุ่มลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วไม่นานร่างสูงแข็งแกร่งก็ยืนเปลือยเปล่าตรงหน้า เควินดึงร่างไรน์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างบอบบางเอนเข้าหาร่างสูง ไรน์ครางแผ่วเบาเมื่อริมฝีปากนั้นจุมพิตลงมาอีกครั้ง พร้อมกับมือใหญ่ที่เลื่อนสัมผัสไปทั่วร่าง
“ไรน์ ผมรักคุณ” เควินแนบร่างสูงเข้าหาทำให้ไรน์รู้สึกถึงส่วนที่แข็งแกร่งของชายหนุ่ม ไรน์ถอนใจลึกอย่างพอใจกับเสียงกระซิบนั้นก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา
เควินหมุนร่างบางหันหน้าเข้าหากระจกเงาแล้วขยับไปยืนซ้อนหลัง ร่างบางหน้าแดงเมื่อมองเข้าไปในกระจกบานสูงที่ถูกออกแบบมาให้ดูได้เต็มตัว ดังนั้นภาพทั้งคู่จึงสะท้อนให้เห็นในกระจกอย่างชัดเจน มือของชายหนุ่มเลื่อนไปที่สะโพกนุ่มปลายนิ้วแข็งแรงขยับไปที่ช่องทางคับแคบ ไรน์สะดุ้งเฮือกเมื่อนิ้วเรียวสอดแทรกเข้ามาในตัว ริมฝีปากชายหนุ่มกัดเม้มที่ต้นคอบางพร้อมกับปลายนิ้วขยับเข้าออกช้าๆ ไรน์ครางเมื่อนิ้วนั้นเริ่มขยับเร็วขึ้น
“อึ๊ก..เควิน” ไรน์สูดลมหายใจลึก สะโพกขยับเคลื่อนไหวกับมือของเควินอย่างลืมตัว
“อา ไรน์ แยกขาออกสิ” ชายหนุ่มดึงนิ้วออกมา จับเอวบางไว้พร้อมกับแทรกความแข็งแกร่งเข้าไปอย่างรุนแรงครั้งเดียว ไรน์อุทานเมื่อรู้สึกถึงความคับแน่นร้อนผ่าวเต็มแน่นไปหมด มือวางแนบไปบนกระจกเมื่อรู้สึกถึงแรงกระแทกหนักหน่วงเบื้องหลัง สะโพกของเควินขยับเข้าออกบดเบียดช่องทางนุ่มละมุนที่กระชับรอบความแข็งแกร่ง ความปวดร้าวต้องการการปลดปล่อยเพิ่มทวีเมื่อกล้ามเนื้อบีบรัดเป็นจังหวะ ขณะที่บั้นท้ายนุ่มขยับตอบสนองเขาตามอารมณ์ที่ตื่นเพริดขึ้น
“อ๊ะ อาา...อ๊า..” ไรน์สะอึกเมื่อจังหวะนั้นรุนแรงขึ้น ร่างบางลืมตามองภาพสะท้อนจากกระจก ผิวขาวนวลของตนตัดกับร่างสูงผิวสีเข้มแข็งแรงที่ซ้อนหลังอยู่ สีหน้าสุขสมของเควินและ สะโพกที่ยังขยับเข้าออกทำให้ไรน์จับจ้องอย่างลืมตัว ผิวกายทั้งคู่เริ่มชื้นด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมา การร่วมรักเร่าร้อนแผดเผาจนทั้งคู่ไขว่คว้าหาความสุขอย่างลืมตัว
ไรน์เม้มริมฝีปากแน่นเมื่อมือชายหนุ่มเอื้อมมาขยี้ยอดอก อีกข้างหนึ่งเลื่อนลงไปกุมความตื่นตัวของเขาพร้อมกับลูบไล้อย่างชำนาญ ภาพสะท้อนบนกระจกยิ่งกระตุ้นเร้าอารมณ์ของทั้งคู่ให้ทวีสูงขึ้น เควินสบตาไรน์ในกระจกสีหน้าของร่างบางทำให้เควินครางออกมาพร้อมกับถอนกายออกมาจนเกือบสุด แล้วกระแทกฝังความแข็งแกร่งเข้าไปบดขยี้ความนุ่มละมุนไว้แนบแน่น ฟันคมๆ กัดลงต้นคอบอบบางอย่างลืมตัวเมื่อความเสียวซ่านพุ่งปราดขึ้นมากระตุกหลั่งความขาวขุ่น ร้อนผ่าวจำนวนมาก จนเอ่อนองออกมาตามต้นขาเรียว
“เควิน..” ไรน์กรีดร้องกับแรงกระแทกครั้งสุดท้ายของสะโพกแกร่ง กล้ามเนื้อเกร็งกระตุกฉีดพุ่งความปรารถนาออกมารุนแรงจนเปรอะเปื้อนกระจกด้านหน้า กล้ามเนื้อที่รัดรอบชายหนุ่มยังกระตุกเป็นจังหวะบีบรัดชายหนุ่ม จนหลั่งกระทั่งหยดสุดท้ายออกมา
ร่างบางฟุบร่างกับพื้นผิวเย็นเฉียบของกระจก สะอื้นกับการถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรง เข่าอ่อนรูดลงกับกระจก ขณะที่เควินก็คุกเข่าลงซ้อนเบื้องหลังไรน์อย่างอ่อนแรงเช่นกัน ชายหนุ่มพยายามสูดลมหายใจลึกๆ เมื่อพอควบคุมตัวได้ เขาพึมพำปนหัวเราะ
“พระช่วย ไรน์ ผมอาจจะอายุสั้นเพราะเรื่องนี้ก็ได้”
ไรน์ครางเบาๆตอบ หมดแรงไม่สามารถขยับได้แม้สักนิ้วเดียว เควินขยับสะโพกบางออกจากร่างเขาแล้วช้อนร่างบางขึ้นวางลงบนเตียงแนบร่างสูงลงมา
ไรน์เอื้อมมือกอดร่างสูงน้ำหนักที่ทาบลงมาทำให้รู้สึกอบอุ่น ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอย่างสุขสม เควินพึมพำ
“....รักคุณไรน์ จำไว้เวลาโกรธหรือโมโหผมนะว่าผมรักคุณมากเหลือเกิน”
“ผมรักคุณครับ เควิน” ไรน์กระซิบตอบแผ่วเบา
c c c c c c
คีธนั่งมองโต๊ะอาหารแล้วก็ถอนใจ เมื่อนั่งรอจนอาหารจะเย็นแล้วทั้งคู่ก็ยังไม่ลงมาเสียทีเห็นทีวันนี้เขาจะต้องกินข้าวคนเดียวเหมือนเคย คีธพยักหน้าให้เริ่มเสริฟอาหาร แต่แล้วร่างสูงอายุก็ยิ้มออกมา เอาเถอะถึงยังไงวันนี้ไรน์ก็อยู่ที่นี่แล้วล่ะนะ
“อืมม์ เควินเราต้องลงไปแล้วนะครับเดี๋ยวพ่อจะรอ” ไรน์เหลือบตาดูนาฬิกา แล้วพึมพำขึ้นมาขณะที่เควินยังคงไม่เลิกรากับร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขน
“ช่างสิ” เควินไม่สนใจริมฝีปากไล้ลงมา ชายหนุ่มเลียรอยแผลเล็กๆที่เกิดจากฟันของเขาเมื่อสักครู่ พรุ่งนี้ต้องเขียวช้ำแน่ๆ ชายหนุ่มพึมพำขอโทษ ไรน์สั่นศีรษะพร้อมกับจูบปลอบใจชายหนุ่ม
“ไม่เป็นไรครับ”
เควินถอนใจเมื่อรู้สึกถึงอารมณ์ของตนเองที่เริ่มตื่นขึ้นมาอีก ชายหนุ่มเคล้าเคลียร่างบางตรงหน้าอย่างไม่สามารถห้ามใจได้ ไรน์ตาโตเมื่อรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่ต้นขาชายหนุ่มเริ่มขยายตัวขึ้นมาอีก ชายหนุ่มแยกต้นขาเรียวออกยกสะโพกบางสูงขึ้นจนเข่าแทบจะชิดอก
“เควิน ไม่ได้นะ พ่อกำลัง....อึ้ก...เควิน” ประโยคสุดท้ายขาดหายไปพร้อมกับอุทานชื่อชายหนุ่มออกมาเมื่อร่างสูงแทรกความร้อนผ่าวเข้ามาในร่างเขาอีกครั้งหนึ่ง
“บ้าจัง เควิน..อึ๊” ไรน์สะดุ้งอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มแกล้งขยับอีกครั้ง ไรน์หอบหายใจเมื่อจังหวะเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เสียงหอบหายใจหนักหน่วง เสียงครางแผ่วหวานตามจังหวะรักของชายหนุ่มสลับกับเสียงทุ้มๆ ดังขึ้นแทนวาจาสนทนา จนกระทั่งไรน์กรีดร้องออกมาอีกครั้ง
แต่เควินยังไม่ยอมให้เขาได้พัก ร่างปวกเปียกของไรน์ถูกกระตุ้นอีกครั้ง ผิวกายไวต่อการสัมผัสไปทุกจุด ซึ่งแม้จะเหนื่อยขนาดไหนร่างสูงก็กระตุ้นเร้าจนร่างบางดิ้นเร่าไปด้วยความต้องการได้ทุกครั้งเสมอ
“อืมม์ ผมเหนื่อยเควิน ไม่ไหวแล้ว” ไรน์พึมพำออกมาหลังจากผ่านไปหลายครั้งหลายครา ต้นขาเรียวเต็มไปด้วยคราบเปรอะเปื้อนของทั้งคู่จนเหนอะหนะไปหมด เควินหัวเราะแผ่วๆ ถอนกายออกมาแล้วรวบร่างบางเข้ามากอด
“จำไว้นะ นี่เป็นการลงโทษว่าอย่าหนีผมมาบ้านคนเดียวอีก” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบ แล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นร่างบางหลับไหลไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปาก
“คุณไม่มีทางหนีผมพ้นหรอก ไรน์ คุณเป็นของผม”
เควินยิ้มแววตานั้นมั่นคงเหมือนจะสาบานต่อหน้าร่างบางที่หลับไหลในอ้อมอกกว้างของเขา
END
