crisis

Thursday, January 13, 2005

crisis2

By SF

ใครมันเป็นใครกันที่เข้ามาถึงค่ายเขาได้เพียงลำพัง แถมยังช่วยเหยื่อออกไปได้อีก มือใหญ่ยกขึ้นปาดเลือดที่กำลังไหลเข้าตา ใบหน้าบิดเบี้ยวน่าเกลียด มันเป็นการพ่ายแพ้อย่างย่อยยับเป็นครั้งแรก สายตาเย็นชาและเหี้ยมเกรียมมองไปที่ค่ายซึ่งตอนนี้เหลือเพียงเศษไม้หักพังที่รอดจากการถูกไฟไหม้ไปบางส่วน ลูกน้องที่เหลือไม่กี่คนต่างก็บาดเจ็บจากแรงระเบิด และมีสีหน้าหวาดกลัว ไอ้พวกขี้ขลาด เขาจะต้องล้างแค้นที่มันทำให้เขาต้องอับอายขนาดนี้ เขาจะหามันให้พบ พวกมันยังไม่รู้เขายังมีไม้ตาย

รอก่อนเถอะ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเครานั้นแสยะยิ้มอย่างน่าเกลียด


c c c c c c

“ไม่...ไม่...อย่า” ไรน์ผวาตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมกับเสียงกรีดร้องในลำคอเช่นเดียวกับทุกๆ คืน ร่างบางหอบหายใจถี่เร็ว เหงื่อซึมทั่วตัวทั้งที่ภายในห้องปรับอากาศไว้เย็นสบาย ความฝันนั้นอีกแล้วมันเหมือนจริงมากจนไรน์คิดว่าตนเองกลับไปอยู่ที่ป่าทึบแห่งนั้นอีก ไรน์ก้าวเท้าลงจากเตียงช้าๆ เปิดประตูระเบียงมองออกไปข้างนอก แวบหนึ่งที่มองเข้าไปในสวนร่างบางถึงกับสะท้านเฮือกกับภาพเงาที่วูบไหวในความมืด

ไรน์สูดลมหายใจลึกพยายามควบคุมตัวเอง จนกระทั่งดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนผ่านเมฆที่หนาทึบและทอสว่างพอที่จะมองเห็นสวนเบื้องล่างได้ชัดเจนขึ้น ร่างบางจึงทรุดตัวลงนั่งกอดเข่า สองเดือนแล้วที่เขากลับถึงบ้าน บาดแผลทางกายได้รับการดูแลจนหายดี รอยแผลเป็นที่หลังก็จางหายจนเหมือนกับไม่เคยเกิดเรื่องใดๆ เลย แต่ความทรงจำที่น่าเกลียดยังฝังแน่นจนยากจะลืมเลือน

ไม่เคยมีวันใดเลยที่เขาจะไม่ฝันร้าย ไรน์ถอนใจเขาไม่ได้บอกกับใครแม้แต่พ่อกับโรเจอร์ เพราะเพียงแค่นี้เขาก็ถูกดูแลอย่างระมัดระวัง แทบจะไม่เคยถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพังหรือห่างสายตาบอดี้การ์ดสักนิด จนไรน์เริ่มรู้สึกอึดอัด สภาพในตอนนี้เหมือนกับเขาถูกกักขังอีกครั้ง
ไรน์หลับตาลงรู้สึกเงียบเหงาไร้ที่พึ่ง เขาต้องการเควิน ร่างบางนึกถึงอ้อมแขนแข็งแรงที่เคยปลอบโยนเขาในยามที่อยู่กลางป่าด้วยกัน สัมผัสที่นุ่มนวลเสียงแผ่วทุ้มที่คอยให้กำลังใจ

'ตอนนี้ผมต้องการคุณ คุณอยู่ที่ไหน คุณสัญญาไม่ใช่หรือว่าจะมาหาเมื่อผมต้องการคุณทำไมคุณถึงผิดสัญญา’

“เควิน ผมอยากพบคุณเหลือเกิน” ไรน์กระซิบเสียงแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบสงัดของเวลายามค่ำคืน มือเล็กกอดรอบตัวเองไว้แน่นหวนนึกถึงวันสุดท้ายก่อนจาก เมื่อพ่อกับโรเจอร์มารับเขาพร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่ที่สนามบินเล็ก ใกล้พรมแดนเซดาน

“เควิน?” ไรน์เงยหน้ามองเขาอย่างลังเลเมื่อรู้ว่าเขาจะไม่กลับมาด้วย

“ผมไปส่งคุณไม่ได้เพราะยังมีงานต้องทำต่อ ไรน์ ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้วไม่ต้องกลัว” เควินเอ่ยเบาๆ

“ไม่..เควิน อย่าทำอย่างนี้กับผม” ดวงตาสีอำพันคลอด้วยหยาดน้ำตา เมื่อรู้ว่าชายหนุ่มกำลังจะจากไปทันทีที่งานเสร็จสิ้นลง เควินสูดลมหายใจลึกควบคุมตนเองไม่ให้อ่อนไหวกับใบหน้างดงามตรงหน้า

“ไรน์ ผมสัญญาเมื่อคุณต้องการผม ผมจะไปหาคุณทันที” ริมฝีปากบางสั่นระริกแต่ยังพยายามยิ้ม

“สัญญานะครับ เควิน”

“สัญญา” เสียงเตือนให้เดินทางแว่วมาไรน์ชะงักก่อนจะปลดสร้อยคอร้อยกางเขนเงินออกมา วางใส่มือใหญ่ตรงหน้า

“สร้อยคอนี้ผมรักมันมาก เอามันมาคืนผมนะครับ” ไรน์หมุนตัวหันหลังให้ก่อนจะเดินไปที่ ฮ. อย่างรวดเร็ว เควินยืนงงอยู่ชั่วอึดใจก่อนรู้ตัว

“เดี๋ยว...ไรน์”

ร่างเล็กหันกลับมาริมฝีปากบางขยับเล็กน้อย แม้จะไม่ได้ยินเสียงเพราะโรเตอร์ใบพัดของ ฮ. หมุนเร็วขึ้นจนกลบเสียงทั้งหมด แต่เควินก็รู้ว่าไรน์พูดอะไร มือใหญ่กำไม้กางเขนอันเล็กในมือไว้แน่น

ไรน์ก้มมองร่างสูงที่ยืนส่งเขา เงาร่างนั้นเล็กลงทุกขณะเมื่อ ฮ.ยกตัวสูงขึ้น ไรน์ย้ำคำพูดประโยคเดิมในใจ หวังว่าเควินจะรับรู้

“ผมรักคุณ”

c c c c c c

“ไรน์ ทำไมตื่นเช้าจังเลยลูก” คีธยิ้มเมื่อเห็นร่างของบุตรชายลงจากบันไดมา ร่างใหญ่เดินเข้ามารับแล้วก้มจุมพิตหน้าผาก แต่เมื่อเห็นสีหน้าไรน์ถนัดก็ขมวดคิ้ว

“ทำไมสีหน้าไม่ดีเลย ไม่สบายหรือเปล่า?”

“ไม่ครับพ่อ แค่นอนดึกนิดหน่อย” ไรน์ฝืนยิ้มแล้วรีบปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้คีธเป็นห่วงให้มากกว่านี้ เขาจะบอกได้อย่างไรว่าตลอดสองเดือนที่ผ่านมานี่แทบไม่มีคืนใดที่เขานอนหลับได้สนิท และเมื่อตื่นจากฝันร้ายเขาก็แทบไม่กล้าหลับอีกเลย

“แน่ใจนะ พ่อว่าให้หมอมาดูดีกว่าไหม?” ไรน์รีบส่ายหน้าขณะกำลังจะปฏิเสธ ก็มีเสียงทักดังมาจากด้านหลัง

“ไรน์! คีธ!” ร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบทหารเรือก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“โรเจอร์ ทำไมวันนี้มาแต่เช้าได้” คีธหันมามองก่อนจะทักเพื่อนสนิท ขณะที่ไรน์อุทานอย่างยินดี แล้วโถมเข้าหาอ้อมแขนที่กางออกรับทันที

“โรเจอร์ หายไปไหนตั้งหลายวันครับ ผมคิดถึง” โรเจอร์กอดร่างบางไว้แน่น หัวเราะลั่น พอคลายมือออกก็เอื้อมมือมาบีบจมูกโด่งเล็กเบาๆ

“ลุงก็คิดถึงเจ้าตัวยุ่ง พอดีมีราชการด่วนนะ”

อาหารเช้าวันนี้ค่อนข้างนานเมื่อโรเจอร์มีเรื่องตลกมาเล่าให้ไรน์ฟัง สีหน้าคีธยิ้มอย่างพอใจได้ยินเสียงหัวเราะที่หายไปนานของไรน์ เมื่อทุกคนทานเสร็จเรียบร้อยคนรับใช้จึงเลื่อนอาหารออก ไรน์รินกาแฟให้โรเจอร์ กับคีธ

“เฮ้อ! ไปที่ไหนลุงก็คิดถึงกาแฟฝีมือเรานะนี่” โรเจอร์หัวเราะเมื่อยกแก้วขึ้นจิบ

“นี่ท่านนายพล ตั้งใจมากินอาหารเช้าอย่างเดียวจริงๆหรือนี่ ไม่มีธุระอะไรหรือถึงมาแต่เช้า” คีธบ่น

“งั้นสิ มหาเศรษฐีอย่างนายหวงแค่อาหารเช้าหรือไง” โรเจอร์ตอบหน้าตาเฉย ทำให้ไรน์หัวเราะอย่างอดไม่ได้ คีธเลยต้องหัวเราะตามก่อนจะพึมพำด่าเพื่อนสนิท

“เดี๋ยวได้เตะนายพลเรือวันนี้ล่ะวะ”

“เอาล่ะ ว่าธุระก็ได้ ฉันว่าจะมาถามนายเรื่องงานวันเกิดของไรน์น่ะ อีกแค่สองอาทิตย์ จะเอาไงหรือว่าไงล่ะไรน์” ตอนท้ายหันกลับมาถามเจ้าของวันเกิด

“ไม่ต้องจัดไม่ได้หรือครับ” ไรน์ถามเบาๆ “ผมไม่อยากพบใคร”

“ไม่ได้! ลุงว่าไรน์ควรจะพบเพื่อนๆ บ้าง เกือบสองเดือนมานี่เก็บตัวไม่ยอมออกไปไหนเลย จะเก็บตัวอย่างนี้ตลอดไปไม่ได้ งานนี้เอาแค่คนกันเองก็ได้ไม่ต้องมาก” โรเจอร์สั่งออกมาตามวิสัยทหาร

“พ่อก็เห็นด้วยนะไรน์ ลูกชวนแซ็คมาด้วยนะไม่เจอเขามาตั้งนานแล้วนี่” คีธเอ่ยถึงเพื่อนสนิทของไรน์

“แซ็คไม่อยู่ครับ ไปเข้าค่ายคัดเลือกตัวนักกีฬา” ไรน์ตอบเบาๆ โรเจอร์จึงตัดบท

“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ก็แล้วกัน ไรน์ดูนะว่าจะเชิญใครมาบ้าง”

“ครับ” โรเจอร์ยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นไรน์ยอมรับปาก ก่อนจะอุทานอย่างนึกขึ้นมาได้

“อ้อ! เชิญเควินด้วยนะไรน์ ตอนนี้เขามาทำธุระที่เมืองนี้พอดี”

“เควินหรือครับ?” ไรน์เงยหน้าขึ้นทันทีเมื่อได้ยินชื่อที่อยู่ในใจเขาตลอดเวลา

เควินทำไมคุณมาที่นี่แล้วถึงไม่มาหาผม คุณไม่รู้หรือว่าผมอยากพบคุณเหลือเกิน ไรน์คิดอย่างน้อยใจ

“จริงหรือ โรเจอร์ ถ้าอย่างนั้นเชิญเขามาด้วยนะ คราวก่อนแทบไม่มีเวลาพูดคุยกันเลย” คีธพูด เขายังรู้สึกขอบคุณชายหนุ่มร่างสูงท่าทางมั่นคงที่เป็นคนพาไรน์กลับมาหาเขาได้อย่างปลอดภัย

“อืมม์ ตอนนั้นคงรีบไปจัดการงานที่ค้างอยู่ เพราะเควินทำงานอิสระ แถมยังมีฝีมือดีเป็นที่ต้องการตัวมาก ผมยังเสียดายที่กองทัพต้องเสียเขาไป”

“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนครับ?” ไรน์ถามพร้อมกับจดจำที่อยู่ไว้อย่างแม่นยำ

c c c c c c

เควินยื่นธนบัตรให้กับพนักงานยกกระเป๋าซึ่งรีบโค้งคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนจะถอยออกไปแล้วปิดประตูให้อย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มโยนเสื้อนอกไปพาดไว้ที่เก้าอี้ รูดเน็คไทออกจากคออย่างหงุดหงิด ก้าวไปทิ้งตัวลงบนเตียงพาดข้อเท้าไขว้กัน

แม้จะผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว แต่เควินรู้ตัวว่าเขาไม่สามารถตัดเจ้าของดวงตาสีอำพันคู่นั้นออกไปจากใจได้ ใบหน้างดงามมักจะแวบผ่านเข้ามาในความคิดของเขาเสมอ แม้กระทั่งในช่วงของการทำงานที่ต้องการความสนใจของเขาทั้งหมด เควินสบถเบาๆ เมื่อคิดว่าเขาเกือบพลาดในงานชิ้นล่าสุดเพราะไม่มีสมาธิพอ ดีว่าสามารถแก้ไขได้ทัน

เขาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ทุกครั้งที่เสร็จสิ้นภารกิจเขาจะสามารถละทิ้งทุกอย่างไว้ด้านหลัง และเริ่มงานชิ้นใหม่ได้อย่างไม่มีอะไรตกค้าง แต่ไม่ใช่กับไรน์

กริ๊งงงงงง..................!

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นทันทีอย่างคนที่ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา กระพริบตาวูบอย่างสงสัย ไม่น่าจะมีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ แต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจปิดบังร่องรอยนัก อาจมีคนหาเขาพบก็ได้

“ฮัลโหล” เควินพูดเสียงเรียบ

“สวัสดีครับคุณเควิน นี่มาร์คัสครับ ดีใจที่คุณยังอยู่ที่นี่กว่าผมจะตามหาคุณพบช่างยากเย็นจริงๆ” เควินยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงมาร์คัส ตัวแทนจากเดเวอโร ซีเคียวริตี้ ที่เป็นผู้ประสานงานกับเขามาตลอด

“มีอะไรด่วนหรือเปล่ามาร์คัส?”

“ขอบคุณสำหรับงานชิ้นล่าสุดครับ คุณทำได้วิเศษมาก ผมโอนเงินเข้าบัญชีคุณเรียบร้อยแล้วนะครับ”

“ไม่มีปัญหามาร์คัส”

“ยังมีอีกเรื่องหนึ่งครับ คุณอเล็กซิสยังให้ผมถามคุณว่าคุณยังไม่เปลี่ยนใจเรื่องตำแหน่งงานที่เสนอให้หรือครับ”

“ไม่ มาร์คัสผมยังไม่พร้อมหรอก บอกอเล็กซ์ด้วยแล้วกัน” มาร์คัสหัวเราะหึ หึ ก่อนจะตอบว่า

“ความจริงคุณอเล็กซิสใช้คำว่า ถามไอ้เพื่อนตัวดีของฉันซิ ตำแหน่งผู้อำนวยการเดเวอโรซีเคียวริตี้ มันยังไม่พอใจอีกหรือไง” เควินพึมพำด่าเพื่อนอยู่ในลำคอเบาๆ ก่อนจะตอบมาร์คัส

“ผมยังอยากเป็นอิสระอีกสักพัก”

“ตกลงครับ แต่อย่าลืมนะครับถ้าเปลี่ยนใจ ตำแหน่งนี้รอคุณอยู่ คุณเป็นคนเดียวที่คุณอเล็กซิสไว้ใจนะครับ และผมจะรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ทำงานร่วมกับคุณ”

“ขอบใจ มาร์คัส”

เควินวางโทรศัพท์ลงช้าๆ เขากำลังนึกถึงอเล็กซิส และงานบริหารในบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับชาติที่อเล็กซิส เดเวอโรเสนอให้ แต่ที่เขาปฏิเสธเพราะยังต้องการอิสระในการทำงานสามารถที่จะรับหรือปฏิเสธงานตามความพอใจของตนเองได้

c c c c c c

ไรน์ก้าวลงจากรถคันยาว เงยหน้ามองโรงแรมระดับ 5 ดาว เดินผ่านล็อบบี้ก่อนจะหันมาบอกบอดี้การ์ดที่ตามมาเป็นพรวนนั่น

“พวกคุณรออยู่ข้างล่าง”

“ไม่ได้ครับ อย่างน้อยให้สักคนตามไปส่ง จนแน่ใจว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับคุณ” ไรน์ถอนใจอย่างยอมแพ้

“ก็ได้”

ไรน์ยกมือสั่นระริกค้างที่หน้าประตู สูดลมหายใจลึกพยายามควบคุมอาการเต้นระทึกของหัวใจ เควินอยู่ที่นี่แล้ว

ก๊อก! ก๊อก!

เควินลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างหัวเสีย ก้าวยาวๆไปเปิดประตูแล้วก็ต้องยืนตะลึง

“ไรน์!” เควินอุทานเบาๆ เมื่อเห็นใบหน้างดงามที่ฝันถึงเมื่อครู่ ไรน์หันไปบอกคนที่เดินตามมา

“คุณลงไปรอข้างล่างได้ ถ้าจะกลับผมจะโทรไปเรียก”

“แต่ว่า.........” บอดี้การ์ดหนุ่มลังเล เอื้อมมือไปแตะร่างของไรน์ไว้อย่างไม่แน่ใจ

“ไม่เป็นไร อยู่ที่นี่ผมปลอดภัยที่สุด” บอดี้การ์ดหันไปมองร่างสูงที่ยืนตรงหน้าแล้วก็ต้องเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ที่เห็นดวงตาสีน้ำเงินเข้มเปล่งประกายอันตรายวูบหนึ่ง เมื่อมองมือเขาที่เอื้อมไปรั้งไหล่ของไรน์ไว้ จนต้องรีบกระชากมือออกอย่างรวดเร็ว ก้มศีรษะลงพร้อมกับถอยหลังไป

“จะไม่ให้ผมเข้าไปหรือครับ” ไรน์เงยหน้ามองเควิน ความรัก ความคิดถึง ความยินดีที่ได้พบหน้านั้นสื่อออกมาจนหมดสิ้น เควินหันหลังกลับเดินเข้าไปยืนกลางห้อง ไรน์ก้าวเข้าไปพร้อมกับปิดประตูตามหลัง

“เควิน”

ร่างสูงเสยผมอย่างว้าวุ่นเมื่อได้ยินเสียงแผ่วเบานั้น สิ่งนี่หรือเปล่าที่ทำให้เขากลับมาที่เมืองนี้ ทั้งที่ไม่มีธุระอะไรสักนิด ชายหนุ่มหันกลับมาแล้วก็ต้องครางในใจเมื่อสบตาลึกซึ้งของไรน์ ดวงตางดงามสีทองคู่นั้นราวกับสะกดเขาไว้จนไม่สามารถถอนตัวออกมาได้

“เควิน ผมคิดถึงคุณ” ไรน์เดินเข้าไปประชิดตัว ร่างบางตัดสินใจ

ไม่! เขาไม่อยากอยู่ห่างจากเควินอีกแล้ว มือจับอกเสื้อของร่างสูงไว้เขย่งปลายเท้าขึ้นแตะริมฝีปากนุ่มไปที่ปลายคางได้รูปของชายหนุ่ม เควินครางเบาเขาก้มศีรษะลงแนบริมฝีปากลงยังริมฝีปากบางที่เผยอรอ ปลายลิ้นควานหาความหวานในโพรงปากเล็กอบอุ่น ปลายลิ้นเล็กเกี่ยวพันกับลิ้นของชายหนุ่มอย่างอ่อนหวานแกมเขินอาย

แค่เพียงจุมพิตเดียวเท่านั้น

แค่เพียงจุมพิตเดียว ความอดทน อดกลั้นมาเป็นเวลานานก็ไม่สามารถเอาชนะความปรารถนาของหัวใจไปได้

เควินช้อนร่างไรน์ขึ้นก่อนจะวางลงที่เตียงอย่างอ่อนโยน ร่างสูงแนบร่างลงไป ริมฝีปากจุมพิตใบหน้างดงาม เลื่อนลงมาที่ลำคอขณะที่มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อของไรน์ออก กระตุกให้พ้นร่างไปอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากเลื่อนลงมาขบเม้มเบาๆ ไปที่ยอดอกสีแดงระเรื่อจนไรน์ครางเสียงแผ่ว มือเล็กกำผมสีเงินของชายหนุ่มไว้แน่น เมื่อปลายลิ้นเลื่อนลงไปที่หน้าท้องเรียบเนียน มือปลดซิปกางเกงรูดผ่านสะโพกเพรียวบางลงไปที่ปลายเท้าอย่างนุ่มนวล

“เควิน...” ไรน์พึมพำ ความรู้สึกวาบหวิวกระจายไปทั่ว ทุกตำแหน่งที่มือหนักแต่นุ่มนวลเลื่อนไปถึง

“อ๊ะ! เค..เควิน” ร่างบางสะดุ้งเฮือก เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนเลื่อนไปครอบครองความอ่อนไหวที่ต้นขาสะโพกบางแอ่นโค้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดไล้เลีย มือบางเผลอกดศีรษะชายหนุ่มไว้แน่น ต้นขาเรียวงามแยกออกกว้าง ไรน์หวีดร้องเมื่อปลายลิ้นนั้นดูดดื่มรุนแรงขึ้น จนความรูสึกเสียวซ่านพุ่งปราด ร่างบางแอ่นโค้งเมื่อปลดปล่อยความปรารถนาออกมา

“เควิน...”

ไรน์ครางพร้อมกับหอบหายใจหนักๆ แล้วรู้สึกเย็นวูบเมื่อชายหนุ่มลุกขึ้น ดวงตาสีอำพันปรือตาขึ้นมองแล้วก็ต้องหน้าแดงเมื่อเห็นเควินปลดเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว แล้วสลัดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออก ไรน์ครางเสียงแผ่วเมื่อกวาดสายตาไปที่ร่างสูงแข็งแรงที่ยืนตระหง่านตรงหน้า ร่างนั้นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้องดงาม หน้าท้องแบนเรียบไร้ไขมัน ไรน์เบิกตากว้างเมื่อมองเห็นความตื่นตัวของร่างตรงหน้า

เควินหัวเราะเสียงพร่าเมื่อเห็นแววตาของไรน์ พระช่วย! ร่างเปลือยเปล่าตรงหน้าเขาช่างงดงาม ผิวขาวนวลตอนนี้แทบจะเป็นสีชมพูระเรื่อไปทั้งตัวด้วยแรงพิศวาส และความเขินอาย ร่างบอบบางดูเต็มอิ่มขึ้นจากเมื่อสองเดือนก่อน ไหล่ลาด ยอกอกสีชมพู หน้าท้องขาวนวล ต้นขาเรียวงาม เขาค่อยๆ คุกเข่าลง แนบร่างลงไปเสียดสีความนุ่มละมุนตรงหน้า

“อา...ไรน์ คุณช่างงดงามเหลือเกิน” ริมฝีปากชายหนุ่มพรมจุมพิตไปทั่วร่างบางงดงามไม่เว้นแม้แต่หลังเท้าได้รูป ร่างบางบิดตัวด้วยความปรารถนาที่ถูกรุมเร้าขึ้นมาอีกครั้ง

“เควิน..อา..เค..วิน” ร่างสูงสูดลมหายใจลึกก่อนจะเลื่อนมาคุกเข่าตรงหน้า แยกต้นขาเรียวออกกว้างโน้มตัวลงจุมพิตปิดริมฝีปากบางไว้เมื่อสอดแทรกความแข็งแกร่งเข้าไปช้าๆ ไรน์ผวาเฮือก ครางเบาๆ ชิดริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่ม

“อึ๊ก...ฮึก..เค..วิน..” มือจิกต้นแขนชายหนุ่มไว้แน่น ต้นขาแยกออกกว้างเพื่อบรรเทาความรู้สึกเจ็บปวด

“อึ๊...ไรน์ อย่าเกร็ง คนดีของผม” เควินหอบฮัก เขาสอดแทรกได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นเนื่องจากความคับแคบของช่องทางนั้นรัดรึงจนเขาแทบทนไม่ไหว เขาสูดลมหายใจลึกจับสะโพกบางไว้แน่นแล้วตัดสินใจกดสะโพกเข้าหารุนแรงเพียงครั้งเดียวจนสุดความแข็งแกร่ง

“อ๊าาา...” ไรน์หวีดร้องด้วยความเจ็บปวด น้ำตาร่วงพรู ร่างกายรู้สึกราวกับจะปริแยกออกมาเป็นชิ้น มือลดลงมาจิกผ้าปูไว้แน่น

ไม่! เจ็บเหลือเกิน ทำไมเจ็บปวดอย่างนี้ ไรน์หลับตาแน่น ขณะที่เควินอุทานเสียงแหบพร่าเมื่อความสุขพุ่งปราดขึ้นมา ดื่มด่ำกับความนุ่มละมุนที่โอบรัดเขาไว้อย่างแนบแน่น ชายหนุ่มพยายามอดทนเพื่อให้ร่างบางปรับตัว

ไรน์ค่อยๆ ลืมตามองอีกครั้งแล้วก็ครางเบาๆ เมื่อเห็นแววตาสีหน้าสุขสมของเควิน ริมฝีปากบางพยายามคลี่ยิ้มทั้งที่รู้สึกเจ็บปวด เควินสะท้านไปทั้งตัวเมื่อสบตาสีอำพันพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำ แต่เต็มไปด้วยความไว้วางใจคู่นั้น ร่างสูงค่อยๆ ถอนกายออกแล้วขยับช้า ไรน์กัดริมฝีปากแน่น แม้เควินจะพยายามอ่อนโยนแต่ความนุ่มนวลที่รัดรึงไว้ ดึงดูดเขาให้หลงลืมตน สะโพกแข็งแรงเริ่มขยับเข้าออกเร็วและหนักหน่วงขึ้น

ไรน์เริ่มครางเมื่อรู้สึกถึงความเสียวซ่านแปลกประหลาดที่เริ่มทวีขึ้น จนลืมเลือนความเจ็บปวดไปหมดสิ้น สะโพกบางเริ่มขยับเคลื่อนไหวตอบโต้แม้จะเขินอายแต่ก็ทำให้ร่างสูงหายใจหอบกระชั้น เสียงครางผะแผ่วดังประสานกันตามจังหวะรัก จนในที่สุดร่างบางก็ทนไม่ไหวเมื่อความรู้สึกสุขสมพุ่งปราดขึ้น

“เควิน.......” ไรน์กรีดร้องหลั่งรินความปรารถนาออกมา ร่างเกร็งบีบรัดชายหนุ่มไว้แน่นทำให้เควินครางหนักๆ ฝังสะโพกเข้าหาแนบแน่นก่อนจะหลั่งรินความร้อนผ่าวเข้าสู่ร่างบาง ร่างใหญ่กระตุก สั่นสะท้านแล้วทรุดตัวลงทับร่างบอบบางที่อยู่เบื้องล่าง

“ไรน์..” เควินฟุบหน้าลงกับหน้าอกขาวนวล พยายามควบคุมลมหายใจของตนเองให้ช้าลงพริ้มตาพักทั้งที่ยังไม่ได้ถอดถอนร่างกายออกมา
ไรน์โอบแขนรอบร่างแกร่ง พริ้มตาลงรับรู้ถึงน้ำหนักของร่างสูงใหญ่ที่กำลังทาบทับอยู่บนตัวอย่างยินดี เขาไม่เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไรน์รู้สึกตัวเองเติบโตขึ้นภายในระยะเวลาอันแสนสั้น มั่นใจในความรู้สึกของตนเองยิ่งนัก

“ผมรักคุณ เควิน”

เควินชะงักเมื่อได้ยินเสียงพึมพำแผ่วเบาราวกระซิบที่ข้างหู และแขนเรียวบางที่โอบกอดเขาอย่างไว้วางใจ

เนิ่นนานต่อมาเควินจึงเงยหน้าขึ้นช้าๆ แล้วก็พบว่าไรน์ผล็อยหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลียจากพายุอารมณ์ที่ผ่านมา ร่างสูงถอนกายออกช้าๆ แต่พอเหลือบมองร่างกายของตนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดจางๆ ปนกับคราบสีขาวขุ่นแล้ว เควินก็มองไรน์อย่างตกใจ ความรู้สึกสับสนยุ่งเหยิง

นี่เขาทำอะไรลงไป! ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับไรน์มันควรจบลงไปตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว เขาไม่ควรทำเรื่องให้มันยุ่งยากมากขึ้นไปอีก ทั้งที่เตือนตัวเองไว้ก็ยังหลวมตัวให้มันเกิดขึ้นจนได้ สู้ฝืนอดทนมาตลอดสองเดือนกลับไร้ประโยชน์

เควินคิดว่าไรน์เองก็คงจะลืมเขาได้ในไม่ช้า แต่ในกลับไม่เป็นเช่นนั้น ไรน์ยังคงมั่นคงและแน่วแน่อย่างที่เขาคิดไม่ถึง ส่วนหนึ่งของเควินพอใจอย่างลึกซึ้ง แต่ในเมื่อเขาทำงานเช่นนี้ ก็ไม่ควรเอาอนาคตของใครเข้ามาเสี่ยง โดยเฉพาะกับไรน์ ร่างบางยังเด็กเกินไป โลกของไรน์บริสุทธิ์และปลอดภัยแตกต่างจากเขามากนัก เขาไม่ควรดึงไรน์ให้มาเกี่ยวข้องกับเขา

c c c c c c

“อืมม์...” ไรน์พึมพำประท้วงเมือรู้สึกถึงความเย็นที่ใบหน้า กระพริบตาอย่างง่วงงุนก่อนจะลืมตาขึ้น

“เควิน!” ไรน์อุทานเบาๆ อย่างเขินอายเมื่อรู้ตัวว่ามือใหญ่นั้นกำลังเช็ดตัวให้เขาอย่างนุ่มนวล เมื่อนึกถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไรน์ก็หน้าแดงเรื่อไม่กล้าสบตาชายหนุ่ม

เควินโยนผ้าขนหนูในมือลงไปอ่างน้ำใบเล็กนั่นด้วยท่าทีเฉยเมย ไรน์จึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นสบตาสีน้ำเงินคู่นั้น แล้วร่างบางก็ใจหายวูบเมื่อมองเห็นสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกของเควิน

“เควิน มีอะไรหรือครับ?” ไรน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเบาหวิว เควินสบตาไรน์

“คุณควรกลับไปได้แล้วไรน์ เดี๋ยวคีธจะเป็นห่วง” เควินลุกขึ้นก่อนจะหันกายไปที่หน้าต่าง ไรน์นั่งเงียบตะลึงอยู่บนเตียงชั่วครู่

“.....ทำไม?..เควิน”

“ไรน์ เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ผมเสียใจที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ คุณควรลืมเรื่องนี้เสียเถอะ” เควินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยเมย ไม่หันมามองอาการตกตะลึงนั้น

ไรน์เห็นอาการเมินเฉยของร่างสูงที่ยืนหันหลัง แล้วก็นั่งนิ่งไปมือจิกผ้าห่มเกร็งไว้แน่นอย่างพยายามควบคุมความรู้สึกอับอายแกมเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามา ลมหายใจที่แทบจะขาดห้วงด้วยความหวังที่สูญสลายในพริบตา สมองว่างเปล่าไปหมด ดวงตาร้อนผ่าวกระพริบถี่ๆ อย่างพยายามควบคุมน้ำตาไม่ให้ล้นเอ่อออกมา

ไม่! อย่าร้อง อย่าทำให้ตัวเองอับอายมากไปกว่านี้ ร่างบางกระซิบสั่งตนเองอย่างดุดัน

เขาน่าจะรู้ตัวว่าเควินคงไม่แคร์อะไรเขา ไม่เช่นนั้นคงไม่หายเงียบไปเป็นเดือนๆ

เขาน่าจะรู้ตัวแทนที่จะหวังอะไรลมๆแล้งๆ แล้วยังมาเสนอตัวให้เหมือนคนไร้ค่า

คงมีเขาเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้นที่เฝ้ารอคอยสัญญา มือบางสั่นระริกขณะเก็บเสื้อผ้ามาสวมใส่ ก่อนจะวางเท้าลงข้างเตียงเมื่อขยับลุกก็รู้สึกเจ็บแปลบจนเข่าอ่อนวูบต้องคว้าเก้าอี้ที่อยู่ข้างเตียงไว้เป็นหลัก

ไรน์เหลือบมองคราบเลือดบนเตียง หลักฐานของความอ่อนเยาว์ที่โง่เขลา ร่างบางค่อยๆ ก้าวเดินไปที่ประตู โดยไม่รู้ตัวถึงสายตาคมที่มองตามเงาสะท้อนของกระจกหน้าต่าง เควินยังคงยืนหันหลังมือที่ล้วงกระเป๋ากำแน่น ขบกรามเพื่อระงับความต้องการที่จะเข้าไปโอบประคองร่างนั้นไว้แนบอก สีหน้าที่เจ็บปวดของไรน์ยิ่งทำให้เควินเจ็บปวดเป็นทวีคูณ

เขาทำสิ่งที่สมควรแล้ว ก่อนที่ไรน์จะเจ็บปวดมากไปกว่านี้ ชายหนุ่มย้ำให้ตนเองเชื่อ

ร่างสูงกลั้นใจ ขบปลายลิ้นของตนไม่ให้หลุดคำพูดเพื่อหยุดยั้งไรน์ไว้ เมื่อมือเล็กแตะไปที่ลูกบิดประตู ไรน์ก็ชะงักเล็กน้อยก่อนจะพูดเสียงพร่าทั้งที่ยังหันหลังอยู่

“อีก 2 อาทิตย์วันเกิดผม มีงานเลี้ยงที่บ้าน ผมรู้ว่าคุณไม่ต้องการที่จะเกี่ยวข้องอะไรกับเราอีก แต่พ่อกับโรเจอร์อยากพบคุณ คุณคงไม่ทำให้พวกท่านผิดหวัง”

ประตูปิดเบาๆ ตามหลัง เควินเดินเหมือนหุ่นยนต์มานั่งที่เตียง ก้มหน้าลงกับฝ่ามือ เขาทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือ แต่ทำไมถึงรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้

ไรน์เดินลงมาที่ล็อบบี้ของโรงแรมโดยไม่รู้ตัว เมื่อเข้ามาซุกตัวในรถ ร่างบางพริ้มตาลง ใบหน้าเฉยชาขณะที่น้ำตาหลั่งรินอยู่ภายใน ขยับร่างกายแต่ละครั้งก็รู้สึกเจ็บปวดระบม ยิ่งย้ำเตือนให้นึกถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมา ความหวังตลอดเวลาสองเดือนมันจบสิ้นลงไปแล้ว

ต่อไปนี้ไม่จำเป็นต้องเฝ้ารอคอยอีกแล้ว เพราะสิ่งนั้นมันไม่มีวันเป็นไปได้

c c c c c c

ไรน์เดินลงจากบันได มองไปรอบบ้านที่ถูกตัดแปลงให้เป็นสถานที่จัดเลี้ยง ห้องโถงใหญ่ถูกเปลี่ยนให้เป็นห้องเต้นรำและขณะนี้ก็เต็มไปด้วยผู้คนกว่าครึ่งร้อย ห้องแทบทุกห้องถูกเปิดใช้ ร่างบางถอนใจเมื่อคิดในใจ

ไหนว่าเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ไง แต่นี่มองไปมีแต่แขกของพ่อกับโรเจอร์ทั้งนั้นเลย เพราะเขาเองไม่ได้เชิญใคร แซ็คเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวก็ไม่อยู่ พ่อกับโรเจอร์กลัวเขาจะเหงาเลยเชิญแขกของตนเองใหญ่เลย

ไรน์รู้ตัวว่าอีกเหตุผลหนึ่งคงเป็นเพราะช่วงสองอาทิตย์นี้เขาดูเงียบและเก็บตัว ไม่ค่อยร่าเริง ทำให้คีธออกจะกังวล ถึงแม้รู้แต่ไรน์ก็ไม่อาจฝืนทำตนให้แจ่มใสได้

แขกทุกคนแต่งกายหรูหรางดงาม เมื่อไรน์เดินลงมาทุกคนก็ยิ้มทักทายและอวยพรอยู่รอบตัว ไรน์ได้แต่พึมพำตอบไปตามมารยาท สายตาอดมองไปรอบๆ งานไม่ได้ แต่พอรู้ตัวว่ากำลังมองหาใคร ร่างบางก็ห้ามตัวเองไว้ได้ทัน

“ไรน์ ทางนี้ลูก” ไรน์หันไปตามเสียงเรียกของคีธ แล้วก็ชะงักเมื่อมองเห็นร่างสูงที่ยืนคุยอยู่กับพ่อของเขา หัวใจเต้นระทึกราวกับจะหลุดออกมาข้างนอก ร่างสูงอยู่ในชุดแบล็คไทสีดำส่งให้ร่างนั้นดูงามสง่าแตกต่างจากชุดพรางที่เขาคุ้นตา ไรน์ก้าวเข้าไปช้าๆ ขณะเดียวกับที่โรเจอร์เดินเข้ามาร่วมวงพอดี ร่างสูงก้มศีรษะให้โรเจอร์

“เควิน ดีใจจริงที่คุณมาได้” โรเจอร์ตบไหล่กว้างของเควินหนักๆ

“ครับท่าน นี่เจสซิกาเพื่อนของผมครับ” ชายหนุ่มแนะนำคู่ควงของเขา หญิงสาวร่างสูงระหงอยู่ในชุดสีแดงรัดรูป ใบหน้างดงามตาสีฟ้า ผมบล็อนด์ยาวสลวย

ไรน์ยืนนิ่งอึ้งเขาไม่ทันสังเกต เพราะมัวแต่มองร่างสูงจนไม่รู้ว่าชายหนุ่มพาคู่ควงมาด้วย ร่างบางรู้สึกเจ็บลึกในอกขณะหันกายจะออกไป แต่ก็ชะงัก

“ไรน์ ไม่คุยกับเควินก่อนหรือลูก” คีธเอ่ยอย่างไม่สังเกตอะไร ไรน์หันกลับมาฝืนยิ้ม

“สวัสดีครับเควิน ดีใจที่คุณมาได้” เควินมองร่างบางตรงหน้าเขาหัวใจกระตุกวูบเมื่อมองเห็นแววตาสีอำพันนั้นชัดเจน

“อ้อ! ไรน์ หาเครื่องดื่มให้เควินกับเจสซิกาก่อนสิ เดี่ยวค่อยคุยกันต่อนะเควิน” โรเจอร์บอกกับชายหนุ่มก่อนจะดึงคีธไปอีกทาง

“มานี่คีธ ฉันจะแนะนำเพื่อนให้นายรู้จัก”

ไรน์เดินนำทั้งคู่มาที่บาร์เครื่องดื่ม พยักหน้ากับบริกรให้หยิบเครื่องดื่มให้กับเควินและเจสซิกา เขาเมินหน้าเมื่อเห็นมือเรียวของหญิงสาวเกาะแขนชายหนุ่มอย่างเป็นเจ้าของ

“เชิญตามสบายนะครับ” ไรน์พูดเสียงเบา เควินมองหน้างดงามตรงหน้าแล้วรู้สึกใจหายยิ่งนัก เพราะเขาที่ทำให้เกิดแววเศร้าหมองในดวงตางดงามคู่นี้

อย่า! ไรน์ ได้โปรดอย่าเจ็บปวดเพราะผม

“ไรน์ ...” ชายหนุ่มเรียกแล้วก็ชะงัก เมื่อเจสซิกาอุทาน

“ตายจริง เพลงเพราะจังเลย เควินเราไปเต้นรำกันดีไหมคะ” หญิงสาวมองไปทางห้องเต้นรำ ไรน์จึงฝืนยิ้ม

“เชิญตามสบาบครับ” ไรน์ปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เจสซิกาดึงเควินออกไป

c c c c c c

“แหม สนุกจังเลย ไม่ได้เต้นรำอย่างนี้กับคุณมานานแล้ว ดีใจจังที่คุณชวนฉันออกมาด้วย” เจสซิกาหัวเราะ ขณะเดินออกมาที่ระเบียง แสงไฟจากห้องเต้นรำส่องมาไม่ถึงจึงทำให้มุมนั้นค่อนข้างมืด

“คุณเป็นอะไร ดูคุณแปลกไป” เจสซิกาทักเมื่อเห็นร่างสูงยังเงียบอยู่

“เบื่อนิดหน่อย” ชายหนุ่มตอบเรียบๆ เจสซิกากวาดตามองดูร่างสูงแข็งแกร่งตรงหน้า แล้วยิ้มหวานความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาดำเนินมานานพอดู และเธอรู้ดีเกินกว่าที่จะหวังอะไรให้เกินกว่านี้ เควินอันตรายและโดดเดี่ยวเกินไปจนเธอไม่คิดจะเสี่ยง เมื่อเขาโทรหาเธอแต่ละครั้งเธอรู้ดีว่าเป็นแค่เรื่องทางร่างกายเท่านั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธเควินได้แม้ชายหนุ่มจะให้ได้เท่านี้เธอก็พึงพอใจมากอยู่แล้ว

“งั้นฉันจะทำให้คุณหายเบื่อเอง” ร่างอวบอิ่มเบียดตัวเข้าหาร่างแกร่ง เขย่งปลายเท้าขึ้นแนบริมฝีปากสีแดงสดเข้าหาริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่ม เควินจับเอวบางไว้ขณะจะดันออก

เพล้ง!!

ทั้งคู่สะดุ้งหันขวับมาที่มุมมืดของระเบียง เงาร่างบางค่อยขยับช้าๆ เดินออกมาบริเวณที่แสงไฟสาดส่องมาถึง

“ขอโทษครับ พอดีผมนั่งอยู่ตรงนี้ก่อน แต่ก็กำลังจะไปแล้วตามสบายนะครับ” ไรน์พูดเสียงเรียบ ขณะที่เจสซิกาอุทานเบาๆ แล้วหัวเราะอย่างไม่มีแววเขินอายแม้แต่น้อย

“ไรน์...เดี๋ยว...” เควินอุทาน ชายหนุ่มปลดแขนเจสซิกาออก รีบก้าวตามไรน์เข้าไปในห้องเต้นรำแต่ก็มองไม่เห็นร่างบางเสียแล้ว
ร่างสูงยืนนิ่งขึง เป็นไปอย่างที่ต้องการแล้วไม่ใช่หรือ เขาต้องการให้ไรน์ตัดขาดจากเขา วันนี้เขาถึงได้พาเจสซิกามาเพื่อเหตุผลนี้ไม่ใช่หรือ ร่างสูงคิดในใจ แต่แววตาของไรน์ที่มองมาเมื่อครู่ ความเจ็บปวดที่มองเห็นนั้นรุนแรงจนแทบทำให้เควินหยุดหายใจ

c c c c c c

ไรน์นั่งเงียบในห้องสมุดเป็นเวลาเนิ่นนาน งานเลี้ยงราวกับจะอยู่ห่างออกไป ร่างบางรู้สึกเจ็บปวดเมื่อได้เห็นภาพบาดตา เควินแสดงออกอย่างชัดเจนด้วยการพาคู่ควงมาแสดงให้เขาเห็น ไรน์เข้าใจว่าเควินต้องการที่จะบอกอะไร โดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย
ภาพร่างสูงแข็งแรงโอบประคองสาวสวยบนฟลอร์เต้นรำช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก เขาไม่สามารถทนมองได้จนต้องแอบไปนั่งที่ระเบียง แต่ทั้งคู่กลับตามออกมา ไรน์กำหมัดแน่นกับความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาจนไม่สามารถทนต่อไปได้มือบางจึงจงใจปัดแก้วน้ำหล่น เมื่อเห็นอ้อมแขนอบอุ่นและริมฝีปากร้อนรุมที่เคยจุมพิตเขากลับกลายเป็นของคนอื่น

ดวงตาสีอำพันงดงามตอนนี้กลับดูแห้งผาก เขาไม่คิดว่าตนเองจะเจ็บปวดไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว ร่างบางรู้สึกว่างเปล่าจนต้องยกมือกอดอกพึมพำกับตนอง

“ผมเข้าใจแล้ว ในที่สุดผมก็เป็นแค่งานชิ้นหนึ่งของคุณเท่านั้นจริงๆ” ไรน์ลุกขึ้นเดินไปมองที่หน้าต่างสวนภายนอกดูงดงามและระยิบระยับไปด้วยแสงไฟสี แต่สิ่งสวยงามเหล่านั้นกลับไม่ได้ผ่านสายตาแม้แต่น้อย ไรน์ถอนหายใจขณะจะหันกายเดินออกไป

ฟุ่บ! เพล้ง!!

ร่างของไรน์เซถลาไปด้านหลังเหมือนถูกกระแทกแล้วทรุดฮวบลง แวบแรกร่างบางมองกระจกที่เกลื่อนอยู่ตรงหน้าอย่างประหลาดใจ ก่อนจะรู้สึกเจ็บปวดร้อนผ่าวที่ไหล่ขวาจนต้องครางออกมา เมื่อยกมือยกขึ้นกุมไหล่ก็สัมผัสกับความเหนียวข้น

‘เขาถูกยิง’

ไรน์คิดในใจอย่างเลือนๆ ภายหลังความงุนงงความรู้สึกเจ็บปวดยิ่งทวีมากขึ้น ไรน์สูดลมหายใจลึกพยายามจะทรงกายลุกขึ้น แต่แล้วก็ทรุดกายลงไปอีกครั้ง เมื่อพยายามตะโกนแต่เสียงที่หลุดรอดออกมาก็เพียงแผ่วเบาเท่านั้น

ร่างบางเริ่มรู้สึกเวียนศีรษะ แขนขาอ่อนแรงและชาไปทั่งร่าง รู้ตัวว่าเขากำลังช็อคเพราะเสียเลือดออกไปเป็นจำนวนมาก จมูกได้กลิ่นคาวเลือดของตนเองอบอวล ไรน์มองวงกว้างของเลือดแผ่ขยายออกช้าๆ ภายใต้ร่างตนเอง
สติที่เริ่มรางเลือนหวนนึกถึงเงาร่างสูงที่อยู่ในใจ “เควิน.......” เปลือกตาบางใสปิดลงช้าๆ ลมหายใจเริ่มแผ่วเบาลงจนแทบจะขาดห้วงไป

c c c c c c

กรี๊ด!!!!
เสียงสาวใช้ที่หวีดร้องออกมาจากห้องสมุดในช่วงที่ดนตรีหยุดบรรเลง ทำให้ทุกคนชะงักกึก ร่างสูงหันขวับรู้สึกถึงลางสังหรณ์ประหลาดวูบขึ้นมา ก่อนจะลนลานมองไปรอบๆ ห้องเมื่อไม่เห็นเงาร่างบางที่เป็นห่วง เควินก็ออกวิ่งตรงไปตามต้นเสียง โดยมีคีธและโรเจอร์วิ่งตามไปติดๆ

ประตูห้องสมุดที่เปิดกว้างทิ้งไว้ด้วยฝีมือของสาวใช้ เควินชะงักกึกเมื่อเห็นร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่ เขาครางออกมาอย่างเจ็บปวด

“ไรน์!!!”

ชายหนุ่มถลาไปยังร่างที่นอนเงียบอยู่ ร่างบอบบางนั้นซีดเผือดจนเหมือนเลือดที่ไหลนองนั้นจะออกมาจนหมดตัว ชายหนุ่มสัมผัสชีพจรที่คออย่างรวดเร็ว

“ไม่! ไรน์! ได้โปรด อา พบแล้ว” ชีพจรยังเต้นอยู่แม้จะเร็วและเบามากเกือบสัมผัสไม่ได้ แสดงว่ากำลังอยู่ในภาวะช็อคอย่างรุนแรง เควินถอดเสื้อออกอย่างรวดเร็วกดไปที่บาดแผล ร่างที่นอนอยู่ตรงหน้าเขาช่างดูอ่อนแอและบอบบาง จนเขากลัวว่าจะทนต่อการเสียเลือดปริมาณมากๆ อย่างนี้ไม่ได้ วูบหนึ่งที่หวนนึกไปถึงแววตาสุดท้ายของไรน์ที่มองมายังเขา เควินหายใจแทบไม่ออก หากไรน์จากไปทั้งๆ ที่คิดว่า........ไม่....ไรน์

“ไรน์คุณต้องไม่เป็นอะไร ไรน์อย่าเป็นอะไรไปนะ ผมไม่อนุญาต” เควินสั่งเสียงร้อนรน เขาก้มลงไปจนชิด ใจชื้นขึ้นเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจแผ่วเบากระทบผิวแก้มแม้จะบางเบาจนแทบจะขาดห้วงก็ตาม

คีธกับโรเจอร์ตะลึงเมื่อวิ่งมาถึง

“ไรน์!!!!” เสียงคีธอุทานสะท้านแกมโกรธจัด

“ตามรถพยาบาล” เควินตะโกนสั่งโดยไม่หันมามอง โรเจอร์กัดกรามแน่นอย่างพยายามระงับอารมณ์ขณะตามรถพยาบาล แล้วหันไปมองทุกคนที่ยืนออกันอยู่หน้าห้องสมุด สั่งเสียงเครียด

“ขอให้ทุกคนอยู่ที่นี่ก่อน อย่าออกไปไหน” เขาหันไปมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ตามเข้ามา สั่งให้ดูความเรียบร้อยและตามตำรวจท้องที่

เมื่อรถพยาบาลมาถึงการเปิดเส้นเลือดให้น้ำเกลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนย้ายไรน์ก็กระทำอย่างระมัดระวัง ก่อนที่คีธจะก้าวขึ้นรถไปพร้อมกับไรน์ เขาหันกลับมามองโรเจอร์ แววตาของเจ้าพ่อบ่อน้ำมันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

“โรเจอร์ ฝากด้วยนะ”

ร่างสูงยืนนิ่งกำหมัดแน่นขณะมองตามรถพยาบาล แล้วเดินลากขากลับมานั่งที่เก้าอี้ในห้องสมุด ทำไมเขาถึงอยู่ที่นี่? เขาต้องการที่จะอยู่ข้างไรน์มากกว่า

เมื่อเควินมองตามคีธที่ก้าวขึ้นรถพยาบาลไป ชายหนุ่มรับรู้ความจริงที่แสนเจ็บปวด ไม่มีที่สำหรับเขา เพราะไรน์ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาแล้ว เขาทำลายโอกาสที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไรน์ทิ้งไปแล้ว

เควินก้มหน้าลงมองเลือดจำนวนมากที่ยังนองพื้นอยู่ ระหว่างที่ไรน์นอนรอความช่วยเหลืออยู่ตรงนี้ความเจ็บปวดที่ได้รับจะมากขนาดไหน ทำไมเขาไม่อยู่กับไรน์? เควินยกมือขึ้นดูคราบเลือดที่ยังเลอะมืออยู่ แล้วกำมือแน่น ถ้าหากว่าเขาต้องสูญเสียไรน์ไปล่ะ ความรู้สึกเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาหนักหน่วงจนงอตัวลง

เขาคิดว่า เขาทนได้ขอเพียงไรน์มีชีวิตอยู่ในโลกนี้แม้จะไม่ได้เป็นของเขา แต่นี้แม้แต่ชีวิตของไรน์เขาก็กำลังจะสูญเสียไป

เควินเงยหน้าขึ้น เมื่อโรเจอร์เดินกลับมาหลังจากส่งตำรวจและแขกเหรื่อกลับหมดแล้ว ร่างสูงของนายพลเรือดูแก่ลงไปถึงสิบปีในคืนเดียว เขาทรุดตัวลงนั่ง

“ทำไมกัน? ไม่มีเหตุผลอะไรที่ไรน์จะถูกลอบทำร้าย ไรน์ไม่เคยทำอะไรให้ใครเลย”

“ผิดแล้วครับท่าน ยังมีอีกคนหนึ่ง” ชายหนุ่มขัดเสียงเรียบ

“ใคร?”
“ไอ้ยัสฟาร์” ดวงตาของนายพลเรือเป็นประกายกร้าวเมื่อได้ยินคำตอบ
“จริงสิ หน่วยกวาดล้างของเซดานที่เข้าไปตรวจสอบค่ายนั้น รายงานว่าไม่พบศพไอ้ยัสฟาร์ ไอ้นี่มันยังกับงูพิษอาฆาตไม่เลิก มันอาจกลับมาแก้แค้นไรน์ รวมถึงต้องการตัวคนที่เข้าไปช่วยไรน์ก็ได้” โรเจอร์สบตาแข็งกร้าวของเควิน
“ผมอยากให้คุณทำงานนี้ต่อเควิน ช่วยคุ้มครองไรน์ด้วย ถึงแม้อาจจะไม่ใช่มันก็ตาม”
“ครับท่าน” เควินรับคำอย่างหนักแน่น

กริ๊งงงงง..................
โรเจอร์เอื้อมมือรับโทรศัพท์ ร่างสูงอายุยิ้มอย่างยินดีเมื่อฟังอยู่นานจึงวางโทรศัพท์ลงหันมาทางเควิน
“ไรน์ถึงโรงพยาบาลแล้ว ตอนนี้อยู่ในห้องผ่าตัด แต่หมอรับปากว่าไม่เป็นไรเพียงแต่เสียเลือดไปมากเท่านั้น” เควินไม่รู้ตัวว่าเขานั่งกลั้นหายใจไว้จนกระทั่งฟังจบประโยค ร่างสูงถอนใจอย่างโล่งอก ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้นแต่โรเจอร์ชิงกล่าว
“คืนนี้พักที่นี่ก็ได้เควิน เดี่ยวพรุ่งนี้ค่อยให้คนขับรถไปส่งที่โรงแรม อ้อ! ไม่ต้องเป็นห่วงเจสซิกานะผมให้คนไปส่งแล้ว” เควินชะงักนิดหนึ่งก่อนก้มศีรษะรับ
“ขอบคุณครับท่าน”

c c c c c c

ช่วงระยะต่อมา ไรน์สลึมสลือรู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง ด้วยพิษไข้จากบาดแผลที่ถูกยิงผสมกับฤทธิ์ของของยาแก้ปวด ทำให้คนเฝ้าและคนที่รอฟังข่าวรู้สึกเจ็บปวดและทรมานไม่แพ้เจ้าตัวเลยแม้แต่น้อย
เกือบอาทิตย์ต่อมาเมื่อไข้เริ่มลดลง ไรน์กระพริบตาช้าๆ พร้อมๆกับความรู้สึกเจ็บปวดจากไหล่ขวาที่แผ่ซ่านไปทั่วตัวสายตาพร่ามัวมองไปที่เพดานสีขาวสะอาดอย่างงุนงง แววตาของไรน์มีการรับรู้มากขึ้น ก่อนจะเลื่อนมาที่สายน้ำเกลือที่กำลังหยดด้วยอัตราสม่ำเสมอ เมื่อขยับตัวจะยันกายลุกขึ้นก็รู้สึกปวดแปลบจนต้องครางออกมา
“โอย...”
“ไรน์ อย่าพึ่งขยับลูก” คีธอุทานผวาเข้ามา แล้วก็ยิ้มอย่างยินดีเมื่อเห็นบุตรชายเริ่มรู้ตัวดีขึ้นรีบกดออดเรียกพยาบาล
ร่างบางก็ได้รับการดูแลอย่างเรียบร้อยจนหมอตรวจร่างกายเสร็จ ไรน์หอบหายใจอย่างอ่อนเพลียแม้จะมีคนช่วยแทบไม่ได้ออกแรงอะไรเลยก็ตาม ร่างบางขมวดคิ้วเรียวเริ่มทบทวนเหตุการณ์ เมื่อจำได้ร่างบางก็อุทานออกมาเบาๆ
“ผมถูกยิง” ไรน์รู้สึกเย็นวูบ นี่มีใครสักคนเกลียดเขามากพอที่จะทำการเช่นนี้หรือ เขาไม่เข้าใจ ไรน์เงยหน้าขึ้นเมื่อสบตาคีธก็ฉุกใจคิดขึ้น
“พ่อรู้ใช่ไหมครับว่าเพราะอะไร” แววตาของคีธมองไรน์ เต็มไปด้วยความรักและสงสารทำให่ไรน์สูดลมหายใจลึกเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“ผมต้องรู้นะครับ พ่อจะปิดบังผมไม่ได้เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวกับผมโดยตรง” คีธนิ่งเงียบก้มลงจุมพิตหน้าผากไรน์ มือใหญ่ลูบศีรษะภายใต้เรือนผมนุ่มสวยอย่างปลอบโยน
“ไว้ทีหลังนะไรน์ พ่ออยากให้ลุกพักก่อน”
“ตอนนี้ผมคงไม่เป็นอะไรไปมากว่านี้อีกแล้ว ผมต้องการรู้เดี๋ยวนี้ครับ” ไรน์ตอบอย่างดื้อดึง เอื้อมไปแตะไหล่ขวาตนเองที่พันด้วยผ้าพันแผลไว้หนาเตอะ คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความเจ็บปวด คีธตัดสินใจบอกความจริง เพื่ออย่างน้อยไรน์จะได้รู้ตัวและระวังตัวมากขึ้น
“โรเจอร์กับเควินคิดว่าเป็นยัสฟาร์ มันคงต้องการแก้แค้นลูกแล้วหาตัวการที่ทำลายค่ายของมัน”
ไรน์นิ่งขึงไปทันที ชั่วแวบแรกเหมือนกับความฝันซ้ำซากวูบผ่านมา คราวนี้นรกแห่งนั้นชัดเจนและเป็นจริงยิ่งนัก ร่างบางแข็งทื่อ มือจิกกำผ่าห่มไว้แน่นอย่างลืมตัว ขณะที่แววตาตื่นตระหนก ใจคนเป็นพ่อหายวูบด้วยความรักสงสารเมื่อเห็นอาการดังนั้น คีธขยับมานั่งบนเตียงก้มลงโอบร่างบางไว้แน่น ไรน์นี่ลูกเผชิญกับอะไรมาบ้างนะ
“ไรน์ พ่อจะไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับลูก พ่อจะไม่ยอม” คีธกระซิบให้มันรู่ไปสิว่าด้วยอำนาจเงินที่เขามีอยู่ เขาจะคุ้มครองไรน์ของเขาไม่ได้ ไอ้ยัสฟาร์ เขาจะตั้งค่าหัวมหาศาลให้กับมัน เขาจะให้มันถูกตามล่าจากพวกนักล่าฆ่าหัวที่กระหายเงิน เขาจะให้มันไม่สามารถอยู่ได้แม้แต่ในมุมที่มืดที่สุดโลกนี้ คีธสาบานกับตนเอง
ไรน์เอื้อมแขนข้างที่ดีโอบไหล่กว้างของบิดา ซุกร่างเข้าหาความอบอุ่นเข้มแข็งนั้น
“ผมอยากกลับบ้าน” ไรน์พยายามอดทนกับอาการปวดตุบๆ ที่บริเวณบาดแผล
“รอดูอาการอีกหน่อยนะไรน์ กระสุนถูกแค่ไหล่ไม่เข้าจุดสำคัญก็จริง แต่ลูกก็เสียเลือดไปมาก แล้วพ่อจะปรึกษาหมอให้นะ” คีธผ่อนร่างบางลงบนเตียงช้าๆ มือปิดเปลือกตาบางใส กดออดเรียกพยาบาลเพื่อขอยาแก้ปวดให้ไรน์
“นอนพักนะลูก” ไรนืหลับตาลงอย่างว่าง่าย ไม่นานร่างบางก็หลับสนิทจากฤทธิ์ของยานอนหลับผสมกับยาแก้ปวดที่ได้รับ

c c c c c c

“ไม่ครับ ผมไม่ต้องการเควิน” ไรน์ยืนยัน คีธกับโรเจอร์มองท่าทางดื้อดึงของไรน์อย่างไม่รู้จะทำอย่างไร
ไรน์กลับมาอยู่บ้านได้หลายวันแล้ว ตอนแรกร่างบางมองบ้านที่เปลี่ยนไปอย่างงงๆ ทั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และสัญญาณเตือนภัยที่เพิ่มขึ้นจากเดิม แต่ไรน์ก็ไม่ได้พูดอะไรจนกระทั่งวันนี้ที่พวกเขาบอกว่าจะให้เควินเข้ามาดูแลและควบคุมการรักษาความปลอดภัยให้กับไรน์
“ไม่ได้ไรน์ งานนี้พ่อไว้ใจเขามากที่สุด” คีธไม่ยอมตามใจ
“ใช่! งานนี้ลุงก็ไม่เห็นว่าใครจะเก่งมากไปกว่าเขา” โรเจอร์เสริมขึ้นไม่ให้ไรน์มีโอกาสได้อ้าปากเถียง แต่ไรน์ก็ไม่ยอมแพ้ ร่างบางเงยหน้ามองพ่อกับโรเจอร์ แววตาแฝงความเจ็บปวดไม่คลายเมื่อนึกถึงเควิน ตลอดเวลาที่เขานอนอยู่ที่โรงพยาบาล เขาไม่เห็นแม้แต่เงาของชายหนุ่ม
เขาไม่มีความสำคัญอะไรสำหรับเควิน เรื่องนี้เขารู้อยู่แล้ว อย่างนี้จะไปทำให้ชายหนุ่มต้องลำบากใจที่จะมารับงานอีกได้อย่างไร ถ้าจะจบก็ให้มันจบลงตรงนี้เสียจะดีกว่า ไรน์ไม่คิดว่าตนเองจะสามารถเผชิญหน้ากับเควินได้อีก
“มีบริษัทรักษาความปลอดภัยทั้งใหญ่โตและก็มีชื่อเสียงตั้งมากมายนี่ครับ อย่างน้อยนี่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผม ขอให้ผมได้ตัดสินใจบ้างเถอะ นอกจากนี้ผมรู้ว่าเควินเองก็คงไม่ต้องการรับงานนี้แล้วอย่าทำให้เขาลำบากเลยครับ”
ไรน์พูดจบก็ค่อยๆ ลุกขึ้น คีธรีบเข้าประคอง เขาเหลือบสายตามองบุตรชายแล้วขมวดคิ้วเมื่อเห็นแววตาของไรน์ คีธเดินลงบันไดเมื่อส่งไรน์ที่ห้องเรียบร้อยแล้ว
ไรน์กับเควินมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า และคงไม่ใช่เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เขานึกถึงแววตาเจ็บปวดของไรน์ และท่าทางของเควินตอนที่พบไรน์นอนจมกองเลือดอยู่ในห้องสมุด คีธรู้ทันทีว่าเป็นเรื่องใดด้วยสัญชาติญาณของคนที่เป็นพ่อ เขาจะไม่ยอมให้ไรน์เจ็บปวดไปมากกว่านี้อีก คีธตัดสินใจเมื่อเดินลงมาพบโรเจอร์ที่รออยู่
“โรเจอร์ บอกยกเลิกเควินเถอะ ฉันไม่อยากให้ไรน์ไม่สบายใจไปมากกว่านี้”
“แล้วนายจะเอายังไงล่ะ เรื่องนี้รอช้าไม่ได้นะเราไม่รู้ว่ามันจะเอายังไงต่อ บ้านนี้กว้างเกินไป บอดี้การ์ดที่มีอยู่ไม่พอหรอก”
“ฉันรู้ ฉันจะจัดการภายในวันสองวันนี้ให้เรียบร้อย”
“ตกลงแล้วแต่นายก็แล้วกัน ฉันเองก็ไม่อยากให้ไรน์ไม่สบายใจ เพราะต้องไม่รู้ว่าจะทนกับสถานการณ์นี้ไปนานเท่าไหร่ กว่าทางตำรวจจะจัดการกับมันได้”
“ขอบใจโรเจอร์ ฝากเรื่องทางตำรวจให้นายจัดการก็แล้วกัน แล้วฝากขอโทษเควินด้วย”
“ไม่มีปัญหา”

c c c c c c

“หมายความว่ายังไงครับท่าน ยกเลิกอย่างงั้นหรือ”
“ใช่ เควิน ไรน์ปฏิเสธการคุ้มกันจากคุณ บอกว่าไม่อยากรบกวนคุณอีก” เควินกำหูโทรศัพท์ไว้แน่นเมื่อได้ฟังคำตอบนั้น เขาพยายามควบคุมน้ำเสียงก่อนจะถามต่อ
“แล้วท่านจะทำอย่างไรครับ จะปล่อยไรน์ไว้แบบนี้ไม่ปลอดภัยแน่ ถ้าเป็นยัสฟาร์จริงแค่ตำรวจท้องที่ไม่ไหวหรอกครับ”
“ผมรู้เควิน ความจริงผมอยากให้คุณทำงานนี้ต่อ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมจะวางใจมาก แต่บริษัทที่คีธเลือกก็มีชื่อเสียงไม่น้อย และไม่เคยทำงานพลาดด้วย”
“บริษัทอะไรครับ”
“เดเวอโร ซีเคียวริตี้ ของตระกูลเดเวอโร พวกเขาจะส่งคนมาในวันเสาร์นี้”

เควินวางหูโทรศัพท์ลงอย่างแผ่วเบา ไรน์ปฏิเสธคุณ ไม่อยากรบกวนคุณ คำพูดนั้นดังกลับไปกลับมาในความคิด เขาน่าจะเดาได้ว่าไรน์จะปฏิเสธเขา ตอนนี้ไรน์อาจยินยอมเผชิญหน้ากับยัสฟาร์มากกว่าจะเข้าใกล้เขาเสียอีก
แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้เขายอมไม่ได้ เขาไม่ไว้ใจว่าคนอื่นจะดูแลคุ้มครองไรน์ได้ แค่ที่ไรน์บาดเจ็บนี่เขาก็แทบจะบ้าเพราะความเป็นห่วงอยู่แล้ว
เควินนึกถึงภาพไรน์ที่นอนหมดสติอยู่ในห้องสมุด เขาไม่สามารถลบภาพนั้นออกไปจากสมองได้ ถ้าหากสาวใช้เข้าไปช้ากว่านั้นเพียงนิด ไรน์ก็คงเลือดออกจนตาย และเขาก็จะไม่มีโอกาสได้พบ ได้ยินเสียงของไรน์อีก เขาจะทนได้หรือ
เควินนึกถึงอนาคตที่ไม่มีไรน์แล้วยิ่งเจ็บปวด ทำไมตอนนั้นเขาถึงได้โง่ปฏิเสธหัวใจของตนเอง ทำไมถึงได้ทอดทิ้งโอกาสไป นอกจากตัวเองจะเจ็บปวดแล้วยังทำให้ไรน์เจ็บปวดไปด้วย
ไรน์คนที่เขาคิดจะปกป้องให้พ้นจากความเจ็บปวดทั้งหลาย เพราะเขาไม่มั่นใจว่าตนเองจะดูแลไรน์ได้ เขาไม่แน่ใจว่าตนเองจะทำให้ไรน์รักเขาได้ตลอดไป เขาดูถูกจิตใจของไรน์ถึงขนาดนี้ ตอนนี้มันสายไปหรือยังนะ เควินนึกในใจก่อนจะยกหูโทรศัพท์อีกครั้ง ถึงเวลาที่เขาจะตัดสินใจเลือกแล้ว

“ฮัลโหล มาร์คัสหรือ นี่เควินนะ”

c c c c c c

“พ่อครับ ผมจะออกไปข้างนอกกับแซ็คสักพักได้ไหมครับ” ไรน์ขออนุญาตคีธ แซ็คเป็นเพื่อนสนิทของไรน์มาตั้งแต่เรียนอยู่ไฮลสคูลแต่แยกกันตอนเข้ามหาวิทยาลัย ไรน์หันมาเรียนที่วิทยาลัยดนตรีตามที่ตนเองสนใจ เพียงแต่ตอนนี้เกิดเรื่องมากมายทำให้ไรน์ต้องดรอปการเรียนไว้ก่อน
“ไรน์ลูกยังไม่หายดี เลยนะ”
“หายดีแล้วครับ” ไรน์ทำหน้าเง้าเมื่อได้ยินน้ำเสียงไม่เห็นด้วยของคีธ
“ไว้วันหลังได้ไหมล่ะไรน์ วันนี้คนจากเดเวอโรมา พ่ออยากให้ลูกรู้จักเขาก่อน”
“งั้นเป็นตอนเย็นได้ไหมครับ วันนี้วันเกิดแซ็คผมอยากเลี้ยงให้เขาบ้าง เพราะตอนที่งานวันเกิดผมเขาก็ไม่อยู่ เราไม่เจอกันตั้งนานแล้วนะครับ” ไรน์ยิ้มสีหน้าคลายลงก่อนจะกอดบิดาอย่างประจบ ทำให้คีธยิ้มอย่างเอ็นดู

“ขอโทษค่ะ คุณท่าน คุณหนู มีแขกมาจากบริษัทเดเวอโรค่ะ” แม่บ้านทำเสียงอ้ำอึ้งอย่างไม่สบายใจที่อยู่ๆ ยามก็ปล่อยให้คนจำนวนมากเข้ามา หน้าตาแต่ละคนก็ดูน่าเกรงขามไม่น่าไว้ใจ แล้วเดี่ยวนี้ทางบ้านก็มีแต่เรื่องร้ายๆ ทำให้อดกังวลไม่ได้
“อยู่ที่ไหนล่ะ”
“ดิฉันให้รอในห้องรับแขกค่ะ” คีธหันมาทางไรน์ดึงมือบุตรชายลุกขึ้น
“ไปกับพ่อเถอะ”

ชายหนุ่มร่างสูงจำนวน 4 คนในชุดสูทสีเข้มที่ยืนอยู่หันกลับมา ขณะที่อีก 2 คนที่นั่งหันหลังให้ประตูลุกขึ้นช้าๆ เมื่อคีธเปิดประตูเข้าไป คีธยืนงงเมื่อเห็นหน้าหนึ่งในนั้นชัดตา ขณะที่ไรน์หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้พบคนที่ไม่คาดว่าจะได้เจออีก
“สวัสดีครับคุณคีธ ไม่พบกันนานแล้วนะครับ” มาร์คัสเอ่ยทักขณะส่งมือให้ คีธจับมือมาร์คัสอย่างงงๆ ก่อนจะทักตอบ
“สวัสดีมาร์คัส ดีใจที่ได้พบคุณอีกนะ ครั้งนี้มีเรื่องที่ต้องรบกวนคุณแล้ว” มาร์คัสยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของคีธ
“คุณคีธคงรู้จักคุณเควินดีแล้วนะครับ ผมขอแนะนำเพิ่มเติมคุณเควิน เคย์เลอร์ เดิมเป็นที่ปรึกษาพิเศษของเดเวอโร ซีเคียวริตี้ครับ และในเดือนหน้าจะเข้ารับตำแหน่งผู้อำนายการของบริษัทเรา ดังนั้นในงานครั้งนี้คุณเควินจะรับเป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้าบริหารงานเดเวอโร”
“ดีจริง เควิน ขอบคุณที่มาช่วยนะ” แม้จะงงกับตำแหน่งของเควิน แต่คีธก็อดดีใจไม่ได้ที่เควินจะเข้ามาดูแลงานนี้ด้วยตนเอง เพราะความจริงแล้วเขาก็เชื่อฝีมือของเควินมาก่อน เพียงแต่เมื่อเหลือบสายตาดูท่าทางของไรน์แล้วก็อดกังวลไม่ได้ คราวนี้เขาก็ไม่อยากเลี่ยงเควินด้วย ความปลอดภัยของไรน์ต้องมาก่อน เรื่องอื่นไว้ว่ากันทีหลัง
“แล้วตอนนี้อเล็กซิสล่ะ” คีธถามถึงเจ้านายโดยตรงของมาร์คัส
“ตอนนี้งานของคุณอเล็กซ์ยุ่งมากต้องไปช่วยงานคุณแมกซ์ในสำนักงานใหญ่ ทำให้ต้องปล่อยมือจากงานนี้แล้วครับ พอดีคุณเควินตอบรับข้อเสนอเข้ามารับงานแทน ไม่อย่างนั้นคุณอเล็กซ์คงไม่กล้าวางมือหรอกครับ” มาร์คัสเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะหันมาทางไรน์ที่ยืนเงียบอยู่แล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน
“นี่คงเป็นคุณไรน์สินะครับ”
“สวัสดีครับ” ไรน์พึมพำทักแผ่วเบา ดวงหน้างดงามนั้นทำให้มาร์คัสมองอย่างสนใจก่อนจะเหลือบตาไปมองเควินอย่างรู้ทัน ในใจลอบยิ้มนี่เองสาเหตุที่ทำให้คุณเควินยินยอมปักหลักอยู่กับที่เสียที
มาร์คัสสัมผัสมือบางที่ยื่นมาให้อย่างอ่อนโยน แววตาเป็นประกายเมื่อเห็นร่างบางแสดงกริยาเมินเฉยไม่สนใจเควิน ไรน์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ บิดาพยายามรักษาสีหน้าเรียบเฉยขณะที่ในใจกำลังปั่นป่วน เควินเขามาทำอะไรที่นี่ ทำไมล่ะ? ในเมื่อเควินเองก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาแล้วนี่ ร่างบางว้าวุ่นจนไม่ทันฟังรายละเอียดที่พูดคุยอยู่

“ไรน์.....ไรน์...ลูกฟังอยู่หรือเปล่า” ไรน์สะดุ้ง กระพริบตาเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็หน้าแดงเมื่อสายตาทุกคู่หันมามองเขา
“ครับ..เอ่อ...” ร่างบางขานรับอย่างงงๆ คีธส่ายหน้าเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กนั้นเบาๆ
“ไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยลงมากินมื้อเที่ยงกับพ่อนะ วันนี้โรเจอร์จะมาหาด้วยนะ”
“ครับ” ไรน์รับคำรู้สึกดีใจที่จะได้พ้นจากห้องนี้ไปได้
เควินมองตามร่างที่เดินออกไปด้วยสายตาลึกซึ้ง ตอนแรกเขารู้ว่าร่างบางนั้นหวั่นไหวแต่ก็เพียงแค่แวบเดียว ดวงตาสีทองก็แปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยเหมือนกับไม่เคยรู้จักกัน แม้จะคาดเดาได้ถึงปฏิกริยาของไรน์ แต่ก็สะเทือนเขายิ่งนัก ชายหนุ่มระงับความรู้สึกลงอย่างยากเย็น เมื่อหันกลับมาก็สะดุ้งในใจ เมื่อสบตาคีธที่กำลังมองเขาอย่างพิจารณา คีธถอนใจเบาๆ เมื่อดวงตาคมกริบของชายหนุ่มมั่นคงแน่วแน่แฝงแววไม่ยอมแพ้ และมองตอบมาอย่างคนที่มั่นใจในตัวเองอย่างยิ่ง
‘เอาเถอะ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับไรน์ ขอเพียงแต่ไรน์มีความสุขเขาก็พอใจแล้ว แต่ถ้าไม่!! ไม่ว่าเป็นใครเขาก็จะขวางไว้อย่างสุดกำลัง’

TBC

0 Comments:

Post a Comment

<< Home