crisis

Thursday, January 13, 2005

crisis4

By SF

ไรน์ขยับตัวอย่างสงสัยหลังจากที่นั่งเงียบมาเป็นครู่ใหญ่ พวกเขามาถึงสนามฝึกหัดบินขนาดเล็กและเปลี่ยนเป็นใช้เฮลิคอปเตอร์เดินทางมาได้ชั่วครู่ โดยที่ร็อบลูกน้องคนหนึ่งของเควินเป็นคนขับเอง ไรน์มองทิวทัศน์เบื้องล่างผ่านกระจกหน้าต่างของเฮลิคอปเตอร์ แล้วก็พบว่าพวกเขาเริ่มเข้าสู่เขตเทือกเขาขนาดใหญ่ รอบข้างเริ่มเป็นป่าที่ทึบขึ้น ไรน์มองไปทางเควินเหมือนจะถามแต่ด้วยแรงทิษฐิทำให้ปิดปากเงียบอยู่
เควินสังเกตุเห็นอาการนั้นจึงพูดออกมา

“เรากำลังจะไปที่เคบินของผม ไรน์” ร่างบางพยักหน้ารับในที่สุดก็ถามออกมาค่อยๆ

“คุณมีที่พักอยู่ที่นี่ด้วยหรือครับ”

“อืมม์ ผมมีที่พักส่วนตัวอยู่ 2-3 ที่ ใช้เวลาต้องการพักผ่อนไม่อยากให้ใครรบกวน”

“อีกไกลหรือเปล่าครับ”

“อยู่ที่ร็อค ฮิล อีกไม่ไกลนัก แต่คงต้องเดินต่ออีกนิดหน่อยเพราะที่นั่นไม่มีที่จอด ฮ. เหมือนที่อื่นๆ” ไรน์เงียบไปอีกครั้ง แต่การเริ่มบทสนทนาทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ก็เริ่มดีขึ้น เควินมองท่าทางนั้นถอนใจเบาๆ เขาไม่ต้องการทนกับความอึดอัดเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว ชายหนุ่มดึงร่างบางเข้ามาใกล้โดยไม่สนใจอาการแข็งขืนนั้น ทำให้ไรน์กระซิบว่า

“ปล่อยนะ เควิน” แต่วงแขนนั้นยังรัดเขาไว้แน่น เควินเกยคางกับเรือนผมนุ่มสวยนั้นก่อนจะพึมพำ

“อย่าทำอย่างนี้เลยไรน์ ได้โปรด” ชายหนุ่มไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อเรียกความไว้วางใจของไรน์กลับมา ไรน์ชะงักเมื่อได้ยินน้ำเสียงว้าวุ่นจนใจอ่อนลง

“ผมอึดอัด” ร่างบางเอ่ยเบาๆ อย่างยอมแพ้ เควินยิ้มออกมาได้เมื่อได้ยินดังนั้นจึงคลายอ้อมแขนออกเล็กน้อย

“อืมม์ พักสักครู่ก็ได้นะไรน์ เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอนเลยไม่ใช่หรือ”

ไรน์หน้าแดงวูบเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เพราะหลังจากเควินมาที่ห้องของเขาในคืนนั้นแล้ว ชายหนุ่มก็ถืออภิสิทธิ์เชิญตัวเองเข้ามาทุกคืน โดยอ้างว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนและดูแลไม่ให้เขาฝันร้าย

แล้วเควินก็ทำได้อย่างที่พูด ร่างสูงช่วยปลอบโยนเขาให้หายหวาดกลัว แล้วหลังจากนั้นก็ต่อด้วยกิจกรรมที่ทำให้เขาหลับสนิททั้งคืนด้วยความอ่อนเพลีย

ไรน์จำได้ว่าร่างกายเขาตอบสนองกับทุกสัมผัสของเควินที่แตะต้องปลุกเร้าเขาอย่างเร่าร้อนเพียงใด จนกระทั่งเขาต้องเอ่ยคำพูดวอนขออย่างไม่อาย และแม้กระทั่งตอนนี้แค่เพียงแขนแข็งแรงที่โอบกอดเขา และเสียงกระซิบที่ริมหูก็เพียงพอที่จะทำให้อารมณ์หวั่นไหว

เควินเองก็ยิ้มเมื่อเห็นไรน์หน้าแดงทำตัวแข็ง เขาเองก็เริ่มรู้สึกถึงอาการตื่นตัวของตนเอง เมื่อนึกถึงร่างนุ่มนวลและเสียงวอนขอยามที่อยู่ในอารมณ์ปรารถนา

“ไรน์ตื่นเถอะเราต้องเดินต่ออีกนิด”

ร่างบางเผลอหลับไปวูบหนึ่งจนเควินเขย่าตัวเบาๆ ไรน์กระพริบตาเมื่อได้เสียงกระซิบข้างหูก่อนจะถูกดึงลงจาก ฮ. อย่างนุ่มนวล เควินกดศีรษะเขาลงขณะพาก้มตัววิ่งออกมา ไรน์มองทิวทัศน์เงียบสงัด และภูเขารอบข้างอย่างงงๆ ร็อบกำลังหิ้วกระเป๋าของไรน์ขึ้นมา

“นายเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บก่อน ร็อบ เดี๋ยวฉันจะพาไรน์ตามขึ้นไป” ร็อบรับคำก่อนจะเดินล่วงหน้าขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เควินจึงหันมาคว้าข้อมือไรน์เดินตามไป

ทางเดินบางช่วงเป็นทางแคบและเป็นโขดหินขรุขระบ้าง ทำให้เควินต้องคอยระวังไม่ให้ไรน์เกิดพลาดพลั้งขึ้นมา ผ่านมาชั่วครู่จนไรน์เริ่มหอบหายใจ เควินจึงหันมามองอย่างให้กำลังใจ

“พ้นทางลาดข้างหน้าก็ถึงแล้วนะ ไหวมั้ย” ไรน์พยักหน้าอย่างอดทน

ไรน์อุทานเบาๆ เมื่อเห็นเคบินไม้ซุงหลังเล็กซุกตัวอยู่ริมเชิงผา ด้านหน้าเป็นลานหินแคบมีโขดหินบังลม ร่างบางมองไปรอบๆ อย่างถูกใจ แววตาเป็นประกายระยับก่อนจะเดินสำรวจดูไปรอบๆ

เควินมองไปทางร็อบซึ่งกำลังยืนรออยู่หน้าเคบิน ร็อบพยักหน้าพร้อมกับชูนิ้วสัญญาณว่าทุกอย่างเรียบร้อย เควินจึงหันไปบอกไรน์

“ไรน์เข้าไปพักข้างในก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยดูรอบๆ ก็ได้” เมื่อไรน์หายเข้าไปในเคบินเรียบร้อยชายหนุ่มก็หันมาทางลูกน้องทันที

“เรียบร้อย”

“ครับ ทุกอย่างติดตั้งเรียบร้อยตามที่สั่งครับ ผมตรวจดูทุกแห่งแล้ว”

“อย่าให้พลาดนะร็อบ เช็ควิทยุรับส่งเรียบร้อยแล้วนะ”

“ครับผม สำหรับทางโน้นถ้าเป็นอย่างที่เจ้านายคาดไว้ ไม่เกินอาทิตย์ผมลากตัวมันออกมาได้แน่”

“ดี ให้ข่าวมันตามแผน เราจะล่อมันออกมาเอง วางหน่วยล่าของนายไว้อย่าให้ผิดสังเกตล่ะ เราจะจัดการมันทีเดียวให้หมดทั้งฝูงเลย”

“ครับผม เจ้านาย”

ไรน์เดินสำรวจรอบเคบิน ห้องนอน ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับครัวเล็ก พื้นไม้ถูกขัดถูเป็นมันวับ ปูด้วยพรมทอมือเนื้อหยาบแต่สีสันสดใสเป็นส่วนๆ

“ชอบหรือเปล่า” ไรน์หันขวับกลับมาเมื่อได้ยินเสียงทัก เควินยืนพิงประตูมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยนแต่ไรน์เมินหน้าหนีก่อนจะตอบ

“ครับ”

“งั้นก็ไปพักเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องอาหารเย็นให้” พูดจบเควินก็เดินเข้าห้องครัวเปิดตู้เย็นคอปเปอร์โทนติดผนัง และลำเลียงเอาของสดที่ให้คนมาเตรียมไว้ก่อนออกมา ไรน์มองท่าทางของชายหนุ่มที่เป็นปกติเหมือนไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกันในรถแล้ว ร่างบางก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิด เล็กน้อย

ไรน์เดินเข้าในห้องแล้วก็ชะงักเมื่อรู้ตัวว่าเคบินนี้มีห้องนอนเพียงห้องเดียว ร่างบางเม้มริมฝีปาก ‘หึ อย่าคิดว่าเขาจะลืม แล้วเลยตามเลยนะ’ ไรน์คิดก่อนคว้าผ้าเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

เควินเอียงหูเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเปิดน้ำ เขาค่อยวางมือลงและตรวจสอบเคบินเพราะไม่อยากทำต่อหน้าไรน์ให้เป็นกังวล เมื่อเปิดตู้ดูอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณและวิทยุรับส่งจนพอใจว่าเรียบร้อยดีแล้ว จึงเดินตรวจสอบตามจุดต่างๆอย่างรอบคอบ

ไรน์เดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำอย่างสดชื่น หลังจากแช่น้ำเสียนานเพราะเคบินหลังนี้เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งน้ำและไฟฟ้า ถึงแม้จะอยู่ในหุบเขาห่างไกลชุมชนก็ตาม คงมีเครื่องปั่นไฟอยู่ด้านหลังไรน์คิด เมื่อแต่งตัวเสร็จรก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

“ไรน์ เสร็จหรือยัง” ไรน์ไม่ตอบแต่เดินออกไปข้างนอกอย่างเงียบๆ

“อาหารอยู่ในเตาอบ ขอผมอาบน้ำเปลี่ยนชุดเดี๋ยว หิวหรือยัง” ไรน์สั่นหน้าปฏิเสธ ร่างสูงจึงเดินผ่านเข้าห้องนอน

ไรน์มองออกไปข้างนอกอาจจะเป็นเพราะอยู่บนเขาหรือไงถึงได้มืดเร็วขนาดนี้ แล้วหันมามองเตาอบเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือนว่าครบกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ ร่างบางดึงเอาอาหารออกมาและลงมือจัดโต๊ะพร้อมกับหันไปมองข้างนอกอย่างไม่สบายใจ เมื่อได้ยินเสียงลมพัดแรงขึ้น และไม่นานฝนเริ่มโปรยปรายลงมา ไรน์เดินไปที่หน้าต่างออกแรงดึงอย่างลำบาก แล้วก็ต้องเสียหลักเมื่อมือใหญ่เอื้อมมือมาช่วยดึงจากด้านหลัง ร่างบางถอยมาปะทะอกกว้างที่ยืนซ้อนอยู่จึงหันขวับกลับมา แล้วก็ชะงักกึกเมื่อจมูกชนกับอกกว้างของชายหนุ่มจนได้กลิ่นสบู่จางๆ เควินเองก็ชะงักมือค้างอยู่หน้าต่าง

บรรยากาศหยุดชะงักไปชั่วครู่ ไรน์เงยหน้าขึ้นสบตาสีน้ำเงินเข้มแฝงแววง้องอน ดวงตาสีอำพันค่อยอ่อนแสงลงเควินก้มหน้าลงช้าๆ แต่แล้วทั้งคู่ก็สะดุ้งเมื่อมีเสียงฟ้าผ่าดังอยู่ไม่ไกลนัก แต่ก็เพียงพอให้ไรน์รู้ตัว ร่างบางก้มหน้างุดลงทันทีทำให้เควินถอนใจก่อนจะยอมถอยออกมา และค่อยหลีกทางให้ไรน์ขยับเดินไปที่โต๊ะอาหาร

เควินสบถในใจขณะพึมพำด่าฟ้าฝนและเทวดาไปตามเรื่อง ชนิดที่ถ้าเทวดามีจริงอาจพิโรธขนาดสั่งให้ฟ้าผ่าลงมาที่ชายหนุ่มเลยก็ได้ ทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะอาหารก่อนที่ลงมือกินอาหารเงียบๆ

เกือบเที่ยงคืนแล้ว ไรน์นั่งมองสายฝนผ่านกระจกหน้าต่าง ความมืด เสียงลมเสียงฟ้า รวมถึงการต้องอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยทำให้ไรน์รู้สึกหวั่นกลัวเล็กน้อย ร่างบางซุกตัวบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่เอียงศีรษะพิงพนักเก้าอี้ บรรยากาศเริ่มหวนกลับไปเหมือนป่าแห่งนั้น สถานที่คุมขังอันเปรียบเหมือนนรกที่เขาไม่อาจลืมได้

“ไรน์ ไปนอนเถอะอย่าฝืนเลย” เควินเอ่ยเรียก ไรน์หันกลับมามองเขาช้าๆ แววตาหม่นมัวก่อนที่จะกระพริบอย่างรู้ตัว แล้วพึมพำออกมา

“เมื่อครู่ผมนึกว่าตัวเองกลับไปอยู่ที่เซดาน” แม้ท่าทางจะเรียบเฉย แต่ด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ว่างเปล่ากลับทำให้เควินกังวล ไรน์ดูถดถอยไปจากปัจจุบันมากขึ้น เป็นเพราะสถานที่ที่เปลี่ยนแปลงไปหรือเป็นเพราะอะไรกันแน่นะ

“ถึงที่นี่จะเป็นเซดาน แต่ผมก็อยู่กับคุณ เราอยู่ด้วยกันไม่ใช่หรือไรน์” ไรน์มองเควินอย่างไม่แน่ใจ ชายหนุ่มมองตางดงามคู่นั้นแล้วคุกเข่าลงโอบร่างบางไว้

“ผมจะอยู่กับคุณ ไรน์ ผมจะไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับคุณ” ไรน์ยังคงเงียบไม่โต้ตอบ แต่เมื่อเควินช้อนร่างบางขึ้น ไรน์ก็ซุกตัวเข้าหาอกกว้างโดยไม่ได้ขัดขืน ร่างสูงเดินตรงไปยังห้องนอน

ไรน์พลิกตัวหันหลังเมื่อเควินวางร่างเขาบนเตียงขณะที่ชายหนุ่มโอบแขนไปรอบร่างบางอย่างอย่างปกป้อง

“ผมยังไม่อยากหลับ ไม่อยากฝันถึงสิ่งน่ากลัวอีก” ไรน์พึมพำเบาๆ

“ไรน์ ที่คุณฝันร้ายเป็นเพราะคุณคิดไปเอง จิตใต้สำนึกของคุณไม่ยอมลืมมัน คุณต้องพยายามเอาชนะมันให้ได้” ไรน์เงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพึมพำออกมาอย่างไม่แน่ใจ

“หมายความว่าผมเป็นโรคประสาทงั้นหรือ”

“ไม่! คุณแค่ผ่านเรื่องร้ายมา แล้วมันยังส่งผลกับคุณเท่านั้น”

“แต่มันอาจส่งผลกับผมตลอดไป เพราะผมคงไม่สามารถลืมมันได้”

“คงไม่มีใครสามารถลืมเหตุการณ์เช่นนั้นได้หรอกไรน์ แต่ที่สำคัญคือเรารู้ว่าสิ่งนั้นมันทำอันตรายเราไม่ได้แล้วต่างหาก” เควินแย้งออกมา
ไรน์คิดในใจ ‘ผิดแล้วล่ะเควิน ตอนนี้อันตรายกำลังคุกคามผมอยู่ไม่ใช่หรือ’ แต่ร่างบางก็ไม่ได้โต้เถียงออกมา พริ้มตาลงทั้งที่ความคิดยังว้าวุ่นอยู่

ใกล้เช้า ไรน์สะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นพร้อมกับครางเบาๆ พระช่วยเขาฝันถึงมันอีกแล้ว ร่างบางพยายามควบคุมลมหายใจให้ช้าลงก่อนเอียงหน้าหันมามองเควิน รู้สึกโล่งใจเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่มยังหลับสนิท ไรน์ยกแขนของเควินที่พาดเอวเขาออกไป แล้วทรงตัวลุกขึ้นจากเตียง เมื่อนึกถึงความฝันนั้นไรน์ก็ไม่สามารถหลับต่อได้อีกแล้ว

ไรน์คว้าเสื้อคลุมก่อนจะเดินไปนั่งกอดเข่าอยู่ที่ริมหน้าต่าง ร่างบางซบหน้าลงพยายามกลั้นสะอื้น พระช่วย! เขากำลังจะเป็นโรคประสาท และมันคงไม่ยุติธรรมถ้าเขาจะเอาเรื่องนี้ไปเป็นภาระของเควินด้วย ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบในเรื่องเช่นนี้

เควินนอนมองร่างบางที่นั่งกอดเข่าอยู่ริมหน้าต่าง เขารู้ตัวตั้งแต่ไรน์เริ่มกระสับกระส่ายแล้วผวาตื่นแล้ว แต่พยายามอดทนเพราะรู้ว่าไรน์กังวลและพยายามปิดบังเรื่องนี้ เควินกำหมัดแน่น ไรน์กำลังแยกตัวเองออกไปจากเขา ท่าทีโดดเดี่ยวทุกข์ทนนั้นทำเควินรู้สึกว่าตนเองช่างไร้ประโยชน์จริงๆ

‘เขาจะทำยังไงดีกับศัตรูที่มองไม่เห็นและไม่สามารถต่อสู้ได้ ให้ใครมาสักคนสิไรน์ คนที่มีตัวตนที่ผมจะจัดการมันได้’

ในที่สุดเวลาที่เหลือของคืนนั้นต่างไม่มีใครสามารถปิดตาลงได้อีก

เควินนั่งมองไรน์ที่เดินสำรวจ และทำโน่นทำนี่ตั้งแต่เช้าโดยไม่ยอมหยุดพัก จนรอบๆ เคบินนี่จะปรุไปหมดแล้ว ถอนใจกับกำแพงเล็กๆ ที่ร่างบางพยายามสร้างขึ้นมากั้นเขาไว้ด้วยความระแวง อย่าคิดนะว่ามันจะขวางเขาไว้ได้เพียงแต่เขาไม่อยากทลายมันลงอย่างหักโหมเท่านั้น

สำหรับไรน์เองหลังจากพยายามทำอะไรให้เหนื่อยมากไว้เพื่อคืนนี้จะได้หลับสนิท ไม่ถูกรบกวนจากฝันร้ายอีก ร่างบางเริ่มเดินออกมาไกลเคบินมากขึ้นแล้วหยุดนั่งลงใต้โคนต้นไม้ใหญ่พิงศีรษะพักเหนื่อย ไรน์ได้ยินเสียงแสกสากดังขึ้นก็ขมวดคิ้ว

“เควิน ขอผมอยู่คนเดียวนะครับ” ไรน์พูดขึ้นเบาๆโดยไม่ขยับตัว เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบก็ลืมตาขึ้นอย่างไม่พอใจ แล้วร่างบางก็ทำตัวแข็งทื่อเมื่อมองเห็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดเสียง

อสรพิษตัวยาวใหญ่สีดำ ลำตัวขนาดเท่าข้อมือของเขากำลังชูคอขึ้นช้าๆ ห่างออกไปแค่ไม่กี่เมตร

“เควิน” ไรน์รู้สึกหวาดกลัวจนตัวเย็นเฉียบราวเลือดเหือดหายหมดไปจากร่าง ร่างบางกระซิบเรียกชื่อชายหนุ่มแผ่วเบา

“เควิน”

“ไรน์ อย่าขยับ” เสียงแผ่วเบาของเควินดังขึ้นทำให้ไรน์ชะงักร่างไว้ ดวงตายังคงจับจ้องที่มัจจุราชตรงหน้าไม่สามารถเบือนสายตาออกมาได้
ไรน์เห็นมันลดหัวลงเล็กน้อยเป็นสัญญาณการเตรียมจู่โจม แต่ร่างบางไม่สามารถขยับได้ร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน และเห็นมันพุ่งวาบเข้ามา

“ไม่..เควิน” ร่างบางกรีดร้อง

ภาพที่ไรน์เห็นแม้จะรวดเร็วมาก แต่ในความรู้สึกของร่างบางกลับเหมือนกับภาพช้าที่ค่อยๆ เลื่อนผ่านไป เมื่อร่างสูงของเควินสะอึกเข้ามาขวางอย่างรวดเร็ว มือแข็งแรงคว้าปราดไปที่คออสรพิษบีบแน่น และกระชากมันขึ้นมาจนท่อนหางสะบัดบิดเป็นเกลียวแล้วขว้างมันออกไปยังชายป่า เมื่อตัวมันตกกระทบพื้นก็เลื้อยปราดเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเควินหันกลับมาก็ถึงกับเซ เมื่อไรน์โถมตัวเข้าใส่มือเล็กทุบรัวไปที่อกกว้าง ร่างบางสะอึกสะอื้นพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงพรูลงมา หลุดคำพูดแทบไม่เป็นภาษาออกมา

“คนบ้า.... คน...ไร้ความคิด..... ทำไมถึงทำอย่างนั้น”

“เดี๋ยว!..ไรน์! เดี๋ยว!.... ไม่เป็นไรแล้ว มันหนีไปแล้ว คุณปลอดภัยแล้ว” ไรน์เงยหน้ามองชายหนุ่มดวงตาสีอำพันทอประกายโกรธเกรี้ยว ทำให้เควินถึงกับงุนงงรวบร่างบางเข้ามากอดไว้เพื่อป้องกันการประทุษร้าย

ทำไมเควินถึงไม่เข้าใจ!!! ร่างบางที่ถูกรวบไว้แน่นในอ้อมอกแข็งแรงยังคงดิ้นรน น้ำตายังร่วงพรูดุจหยาดฝน

“คนโง่....ทำไมถึงทำอย่างนั้น ทำอะไรโง่ๆ... ถ้า..ถ้ามันทำอันตรายคุณล่ะ” ไรน์หลับตาภาพน่ากลัวนั้นยังคงชัดเจน ถ้าเกิดเจ้างูร้ายตัวนั้นหันกลับไปฉกเควินเข้า ไรน์ครางเบาๆ

เควินชะงักเมื่อเข้าใจความหมายนั้น รอยยิ้มปรากฏที่ริมฝีปาก เชยคางเล็กให้สบตาเขา

“คุณเป็นห่วงผมหรือ” ไรน์เงยหน้าสบตาสีน้ำเงินคู่ที่กำลังทอประกายระยับด้วยความยินดี แล้วนึกโมโหขึ้นมาอีกสะบัดหน้าไม่ยอมตอบ ยังจะมาทำหน้าดีใจอีกให้คิดจนตายไปเถอะ

เมื่อเห็นร่างบางยังคงนิ่งเงียบอย่างดื้อดึง เควินจึงกล่าวต่อเบาๆ

“คุณไม่ห่วงผมงั้นหรือ งูตัวนั้นพิษร้ายมากนะถ้ามันกัดแล้วผมคงทรมานกับพิษของมันก่อนจะตายเพราะที่นี่ห่างไกลคนมาก ผมคงไปหาหมอไม่ทันหรอก” เควินบรรยายภาพน่ากลัวให้ไรน์เห็น ร่างบางรีบปิดปากเควินทันที พูดปนสะอื้นออกมา

“ไม่ เควิน อย่าพูด...อีกเลย” แขนเรียวโอบรอบร่างสูงไว้แน่นเมื่อวาดภาพชายหนุ่มนอนแน่นิ่งด้วยพิษของสัตว์ร้าย

“บอกให้ผมรู้สักนิดสิไรน์ ว่าคุณเป็นห่วงผม” เควินต้องการความรู้สึกจากไรน์แม้เพียงสักนิด ไรน์เงยหน้าขึ้นมองเควิน ชายหนุ่มเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน จนร่างบางไม่สามารถเก็บความรู้สึกไว้ได้พึมพำแผ่วเบา ทั้งที่แววตายังมีแววโกรธอยู่เล็กน้อย

“ใช่ผมเป็นห่วง เควินอย่าเสี่ยงอันตรายอย่างนั้นอีกนะครับ” เควินยิ้มออกมา เขารวบไรน์แน่นจนแทบจะกลายเป็นคนเดียวกัน

“อย่ากลัวเลยผมถูกฝึกมาอย่างดีในเรื่องนี้ มันเป็นอาชีพของผมจำได้มั้ย แล้วอีกอย่างหนึ่งนะคนดีผมยอมถูกทำร้ายยังดีกว่าที่จะเป็นคุณ”

“ทำไมล่ะครับ เควิน เพราะเป็นหน้าที่ของคุณหรือ?” ไรน์เงยหน้าขึ้นถาม ลูบแก้มชายหนุ่มแผ่วเบา แววตานั้นต้องการคำตอบเพื่อความมั่นใจ

“เพราะผมรักคุณน่ะสิไรน์ ถามอะไรโง่ๆอย่างนั้น” เสียงตอบดุๆ ค้านกับดวงตาอ่อนโยน ไรน์ยิ้มออกมาดวงตาสีอำพันนั้นบ่งบอกถึงสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการเห็น แม้ไรน์จะไม่พูดมันออกมาก็ตาม ชายหนุ่มก้มลงปิดริมฝีปากบางด้วยริมฝีปากร้อนชื้นของตนเอง ไรน์เผยอริมฝีปากยอมให้ชายหนุ่มแสวงหาความหวานชื่นอย่างยินยอมพร้อมใจ

ไรน์สูดลมหายใจลึกเมื่อเควินเงยหน้าขึ้นถอนปลายลิ้นออกมาขบเม้มมุมปากบางที่แดงระเรื่อนั้นเบาๆ ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นเดินกลับเคบิน

เควินเตะประตูให้เปิดอย่างรีบร้อน เขาวางร่างบางลงบนพรมกลางห้อง ใจร้อนจนไปถึงห้องนอนไม่ไหว มือใหญ่กระตุกเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว จนร่างงดงามเปลือยเปล่าอยู่บนพื้นพรม เควินจ้องมองอย่างหิวกระหาย แววปรารถนาลุกโพลงในดวงตา ทำให้ไรน์แดงระเรื่อไปทั้งตัวด้วยความอาย

ชายหนุ่มปลดกระดุมเสื้อตนเอง แล้วไม่นานร่างสูงเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อก็เปลือยเปล่าเช่นกัน ไรน์ไล่สายตาตามร่างแข็งแกร่งนั้น ความปรารถนาของร่างบางก็รุนแรงไม่แพ้เควิน ชายหนุ่มโน้มร่างลงจุมพิตดูดดื่มราวกับจะกระชากวิญญาณ ริมฝีปากเคล้าเคลียปากนุ่มแตะหลอกล่อปลายลิ้นเล็กให้ตวัดเกี่ยวพัน มือสัมผัสไปทั่วร่างเล็กขณะถอนริมฝีปากอุ่นชื้นลากลงมาตามลำคอ กัดเม้มจนเป็นรอยแดงระเรื่อเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนที่ลิ้นร้อนๆ จะตวัดเลียและดูดกลืนยอดอกอย่างรุนแรงจนไรน์ผวาเฮือก

“อ๊ะ..เค..เควิน” ไรน์หอบฮัก ร่างบางแอ่นอกขึ้นไปหาริมฝีปากนั้น ขณะมือบางลดลงไปลูบคลำส่วนสำคัญของชายหนุ่ม เควินกระตุกเมื่อรู้สึกมือเล็กที่ลูบคลำเขาอย่างกล้าหาญ อุทานในลำคออย่างพอใจ ไรน์หอบหายใจเมื่อรู้สึกถึงความแข็งแกร่งในมือเขาที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น
ความตื่นเต้นที่ผ่านพ้นอันตรายมา ยิ่งช่วยกระตุ้นเพลิงปรารถนาให้รุมเร้าทั้งคู่จนโชติช่วง ต่างตอบสนองกันโดยไม่มีการเหนี่ยวรั้ง ลิ้นเปียกชื้นของเควินสัมผัสทั่วหน้าอกขาวนวลก่อนลดริมฝีปากลงมาที่หน้าท้องเรียบแล้วเลื่อนลงไปที่ส่วนสำคัญของไรน์ที่กำลังตื่นตัว เควินใช้ปลายลิ้นสัมผัสความนุ่มนวลราวกำมะหยี่ก่อนจะครอบครองด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวดูดกลืนอย่างรุนแรง

“ฮึก..อึ๊....” ไรน์กระตุกครางด้วยความปรารถนา มือลดลงจับศีรษะชายหนุ่มกดแน่นสะโพกบางแอ่นอย่างลืมตัว การตอบสนองนั้นทำให้เควินยิ้มอย่างพอใจ ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกพลิกร่างบางให้นอนคว่ำ ก้มลงจุมพิตสะโพกมนปลายลิ้นเริ่มควานหาช่องทางที่ต้องการ

“เควิน...” ไรน์ครางเป็นจังหวะเมื่อลิ้นเริ่มขยับเข้าออก ร่างบางเกร็งสะโพกแอ่นโค้ง มือจิกพรมแน่น เควินเองก็หอบหายใจเมื่อไม่สามารถทนต่อไปได้ ชายหนุ่มดึงร่างบางให้คุกเข่า แล่วจ่อความแข็งแกร่งไปยังช่องทางที่ยังคงเปียกชื้นด้วยปลายลิ้นของเขา ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปอย่างรวดเร็ว

“อ๊ะ...เควิน” ไรน์กรีดร้องเมื่อรู้สึกเต็มแน่นไปหมดด้วยความใหญ่โตของชายหนุ่ม ความสุขสมที่เกิดขึ้นทันทีนั้นรุนแรงยิ่งนัก กล้ามเนื้อกระชับแน่นรอบความแข็งแกร่งจนเควินครางหนักๆ สะโพกแกร่งเริ่มขยับเข้าออก และเริ่มรุนแรงมากขึ้น สะโพกบางก็ตอบสนองอย่างไม่ยอมแพ้ ความร้อนผ่าวจากช่องทางคับแคบ การเสียดสียิ่งทวีให้เกิดความเสียวซ่าน

แสงสว่างยามกลางวันสาดส่องให้เห็นร่างสองร่างที่พัวพันกันบนพื้นพรมกลางห้อง แม้อากาศบนเขาจะเย็นแต่ทั้งคู่กับเหงื่อซึม เสียงหอบหายใจที่หนักหน่วง ร่างกายขยับสอดประสานแสวงหาการปลดปล่อยอย่างไร้การเหนี่ยวรั้ง เวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่งร่างบางกรีดร้องเรียกชื่อชายหนุ่ม ร่างเกร็งกระตุกฉีดพุ่งความปรารถนาออกมาอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อกระชับบีบรัดจนเควินครางหนักๆ กระแทกสะโพกเข้าหา บดขยี้สะโพกบางแนบแน่นหลั่งรินเข้าสู่ร่างบางเป็นจังหวะจนไรน์รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวในช่องท้อง ร่างบางฟุบตัวลงกับพื้นพรมอย่างหมดแรง

เควินหอบหายใจหนัก ก้มลงมองร่างที่อยู่ใต้ร่างเขา เห็นไรน์หอบหายใจถี่เร็วตาหลับพริ้มใบหน้าเปียกชื้นด้วยเหงื่อ ชายหนุ่มก้มลงใช้ปลายลิ้นแตะซับให้ ไรน์ปรือตาน้อยรอยยิ้มแฝงด้วยความสุขจนทำให้เควินรู้สึกเต็มตื้น นิ้วเรียวเล็กสอดประสานกับนิ้วแข็งแรงของชายหนุ่มอย่างไว้วางใจก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง

“ผมรักคุณ ที่รัก” เควินพึมพำเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะเงียบไป ทั้งคู่ต่างดื่มด่ำกับความรู้สึกอ่อนหวานนี้

ไรน์ปรือตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกถูกช้อนตัวขึ้น ไม่รู้ว่าเขาเผลอหลับไปนานแค่ไหน แต่แสงสว่างข้างนอกเริ่มน้อยลง เควินวางร่างบางบนเตียง ไรน์เผยอยิ้มน้อยๆ รู้สึกกึ่งจริงกึ่งฝัน

เมื่อครู่เขากับเควินกำลังนอนอยู่บนพื้นหญ้านุ่มที่เนินเขานี่นา ยังคงรู้สึกถึงดอกไม้ที่ขึ้นอยู่หนาแน่นจนกลิ่นนั้นหอมกรุ่นอวลไปทั่ว และยังร่างสูงที่เฝ้าเคล้าเคลียหยอกล้อเขา ด้วยจุมพิตที่บางเบาเหมือนปีกผีเสื้อโบยบิน

เควินสบตาสีอำพันพร่ามัว คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีเคลิ้มฝันนั้น แล้วก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างอย่างพอใจเมื่อแขนเรียวคล้องคอเขาดึงลงไป ชายหนุ่มผ่อนร่างลงช้าๆ ตามแรงดึงของไรน์ ร่างบางถอนใจเมื่อรับเขาสู่ความอบอุ่นระหว่างเรียวขางดงามคู่นั้น ก่อนพริ้มตาลงนี่ยังคงเป็นฝันใช่มั้ย

ชายหนุ่มครางอย่างพอใจเมื่อได้รับการเสนอตัวอย่างอ่อนหวาน แม้จะรู้ว่าร่างบางยังตื่นไม่เต็มตาแต่ชายหนุ่มก็ฉวยโอกาสอย่างคนฉลาด ไม่นานเสียงครางแผ่วหวานสลับกับเสียงทุ้มก็ดังขึ้นเป็นระยะ และเวลาก็ผ่านไปอีกเนิ่นนานจนเสียงเงียบหายไป

ความมืดเริ่มเข้ามาเยือน แสงจากดวงจันทร์สาดส่องให้เห็นภาพร่างสูงแข็งแรงที่กอดร่างน้อยในอ้อมแขนอย่างปกป้อง

ไรน์วิ่งหนีเสียงฝีเท้าสับสนที่ไล่ตามมา เสียงสั่งตะโกนให้ค้นหาเขาดังลั่นจนทำให้ไรน์วิ่งหัวซุกหัวซุนแล้วร่างบางก็เซถลาเมื่อสะดุดรากไม้จนกลิ้งลงไปกับพื้น

ร่างบางก็สะดุ้งเฮือกเมื่อมีเท้าคู่หนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าในมือมันถือมีดคมปลาบ ไรน์ขยับถอยหนีขณะที่มันส่งเสียงหัวเราะดั่งลั่นขึ้นเงื้อมือขึ้น ไรน์หลับตาลงอย่างสิ้นหวัง แต่ก่อนมือนั้นจะทันได้ปักมีดมา ร่างของมันก็ค่อยทรุดตัวลงล้มไปที่แทบเท้าเขา ไรน์ลืมตาเงยหน้ามอง แล้วก็อุทาน

“เควิน” มือใหญ่รวบร่างเขาไว้อย่างอ่อนโยน

“ไม่เป็นไรแล้ว ไรน์ ผมมารับคุณกลับบ้าน”

ไรน์กอดคอร่างสูงอย่างยินดี ร่างบางสะอื้นพึมพำเรียกชื่อชายหนุ่ม เขาไม่เป็นไรแล้ว เขามีเควินอยู่กับเขา ไม่มีใครทำอันตรายเขาได้

เควินลืมตาเมื่อได้ยินเสียงสะอื้น และพึมพำเรียกชื่อเขา เขามองอย่างกังวลปลุกไรน์เบาๆ จนร่างบางลืมตาขึ้น แล้วเควินก็ต้องแปลกใจเมื่อครั้งนี้มองเห็นแววตาไว้วางใจ ไร้วี่แววหวาดกลัว พร้อมกับร่างบางที่เบียดแนบชิดเข้ามา

“ไรน์” เควินกระซิบถาม

“ผมฝันอีกแล้วเควิน แต่ครั้งนี้คุณเข้ามาช่วยผมได้ทัน คุณกำลังจะพาผมกลับบ้าน” ไรน์พูดเสียงแผ่ว เควินได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างยินดี

“คุณชนะมันแล้ว”

“เพราะคุณ เควิน” ไรน์กระซิบเบาๆ เควินสูดลมหายใจลึกกระชับวงแขนให้แน่นจนไรน์อึดอัด แต่ความรู้สึกที่ได้รับการปกป้องช่างเป็นสิ่งที่น่ายินดียิ่งนัก

c c c c c c

ออดดดด!

เสียงออดดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับไฟแดงจากวิทยุรับส่งที่เควินย้ายเข้ามาไว้ในห้องนอนกระพริบถี่ๆ ทำให้เควินดึงตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที ชายหนุ่มปิดสัญญาณเสียงเพื่อไม่ให้รบกวนร่างบางให้ตื่นขึ้นมา เขามองนาฬิกา 3.00น. เลือกเวลาได้เหมาะสำหรับการเข้าโจมตี เควินกดปุ่มรับฟังรายงาน ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อมีบางอย่างผิดแผนไป

“อะไรนะ นายหาตัวยัสฟาร์ไม่เจอหรือ”

“-----------------“

“ไม่ต้อง ทำตามแผนเดิม นายเก็บพวกมันตั้งแต่รอบนอกให้หมดอย่าให้ผ่านเข้ามาได้ แต่สำหรับไอ้ยัสฟาร์ถ้ามันผ่านมาถึงที่นี่ได้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง นายระวังตัวด้วยนะร็อบ นายเจอคู่มือที่ทัดเทียมแล้ว”

“-----------------“

เควินปิดวิทยุสื่อสารก่อนจะลุกขึ้นคว้ากางเกงขึ้นมาสวม ไรน์เริ่มขยับตัวเมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว ก่อนจะลืมตาขึ้นมา

“เควิน” เสียงไรน์กระซิบอย่างกังวล เควินหันมาคืนนี้มืดสนิทจนเขามองเห็นเพียงโครงร่างที่นุ่มนวลของร่างเปลือยที่กำลังลุกนั่งบนเตียง

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

“เรากำลังจะมีแขก แต่ไม่ต้องกลัวนะไรน์” เควินจุมพิตหนักๆ ที่หน้าผากมนก่อนจะหมุนกายเดินออกจากห้อง ชายหนุ่มแตะลูกบิดประตูแล้วชะงักหันกลับมามองร่างบอบบางที่นั่งนิ่งอย่างตกใจบนเตียงท่ามกลางกองผ้าห่มยุ่งเหยิง

“อยู่ในห้องนะไรน์ ห้ามออกไปข้างนอก”

ไรน์มองประตูที่ปิดตามหลังชายหนุ่มแล้วรู้สึกหวั่นกลัว ร่างบางค่อยลุกขึ้นก่อนจะควานหาเสื้อในความมืด เจอเสื้อคลุมจึงคว้ามาสวมกระชับสายผูกเอวด้วยมือสั่นระริก ไรน์เป็นห่วงเควินจนอยากจะตามออกไป แต่ก็ลังเลด้วยไม่อยากขัดคำสั่งของชายหนุ่ม

c c c c c c

เควินซุ่มรอ

ร่างหนึ่่งก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบมันมองไปรอบๆ ก่อนจะค่อยขยับอย่างย่ามใจเมื่อคิดว่าคนในบ้านไม่มีใครระแคะระคายถึงการมาถึงของมัน มือที่ถือปืนยกขึ้นขณะจะก้าวตรงไปยังห้องนอนห้องเดียวในบ้านก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อไฟสว่างวูบขึ้นจนตาพร่า

“หยุดแค่ตรงนั้น” เสียงเย็นชาดังขึ้นมาทำให้มันหันขวับไปทางต้นเสียง แล้วก็ตัวแข็งเมื่อเห็นวัตถุที่จ้องตรงมา

บัดซบ ! เควินสบถในใจเมื่อเห็นใบหน้าเสี้ยมนั่นชัด ไม่ใช่ยัสฟาร์ นี่แสดงว่าร็อบพลาดพวกมันถึงเข้ามาถึงที่นี่ได้

“พวกแกมาทั้งหมดกี่คน” ดวงตาและน้ำเสียงของเควินเย็นชา แต่ร่างนั้นกลับตวัดมือที่ถือปืนขึ้น

เปรี้ยง!

เควินลั่นกระสุนอย่างเยือกเย็นเจาะเข้าที่หน้าผากอย่างแม่นยำ เขาไม่ต้องการเสี่ยงกับอันตรายของไรน์ เนื่องจากไม่รู้ว่าร็อบจะพลาดปล่อยมันเข้ามาถึงเคบินกี่คน ชายหนุ่มขยับขณะจะเดินอ้อมไปที่ประตู แต่เงาคนที่วูบผ่านมาที่มุมห้องพร้อมกับเงาของกระบอกปืนทำให้ชายหนุ่มต้องทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว

เปรี้ยง! เควินรู้สึกถึงแรงอัดอากาศพร้อมกับร้อนวูบที่ต้นคอ ร่างสูงพลิกตัวไปด้านหลังเก้าอี้ยาว นอนราบที่พื้นทันทีพร้อมกับตวัดปืนขึ้นเล็ง

เปรี้ยง! ปืนกระเด็นหลุดจากมือนั้นทันที ทำให้ร่างนั้นพลิกวูบไปที่มุมห้องพร้อมกับกระชากมีดคมปลาบออกมาแทน

ร่างนั้นยังไม่ขยับออกมาจากมุมห้อง และเสียงปืนเงียบลงไม่มีการยิงตอบโต้ แต่เควินเองก็ยังคงนอนราบอยู่ที่พื้นเพราะไม่แน่ใจว่ามันพกอาวุธอื่นอีกหรือไม่

ไรน์สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงปืนดังติดกันหลายครั้ง ‘เควิน’ ไรน์กระซิบในใจ เขาเป็นอะไรหรือเปล่า ร่างบางกระสับกระส่ายถ้าเกิดชายหนุ่มบาดเจ็บ และต้องการความช่วยเหลืออยู่และในที่สุดไรน์ก็ตัดสินใจเปิดประตูออกไป

เควินได้ยินเสียงเปิดประตูพร้อมๆ กับใครคนนั้นที่แฝงตัวอยู่ก็ได้ยินเช่นกัน ชายหนุ่มหันขวับไปทันที

“ไรน์! อย่าออกมา” เควินอุทานออกมา หัวใจชายหนุ่มหล่นวูบลงเมื่อเห็นเงาร่างใหญ่โผล่ออกมาพร้อมกับกระชากร่างบางเข้าหาตัวมัน

“เควิน......” ไรน์กรีดร้องอย่างตกใจ แล้วเสียงก็ขาดหายไปเมื่อมือใหญ่สากระคายคว้าหมับและบีบเข้าที่ลำคอเล็ก

เควินถลันกายวูบเข้ามาแล้วก็ชะงัก เมื่อสายตากระทบเงาปลาบของคมมีดที่วูบขึ้นมา พร้อมกับตวัดจ่อไปที่คอของไรน์

“อย่านะ! เควิน ถ้าไม่อยากให้ไอ้เด็กนี่เป็นอะไรไป ทิ้งปืนลง” เสียงห้าวใหญ่ตวาดขึ้นทันที

“ยัสฟาร์” ใบหน้านั้นแสยะยิ้มรับ รอยแผลที่พาดผ่านลงมาที่แก้มรวมกับหนวดเคราที่รุงรังทำให้ใบหน้านั้นน่าเกลียดยิ่งขึ้น

“ใช่ฉันเอง ในที่สุดเราก็เผชิญหน้ากันจนได้ ฉันบอกทิ้งปืนไง” มันสำทับซ้ำอีกครั้งเมื่อเห็นชายหนุ่มขยับ พร้อมกับกดใบมีดลงไปที่ลำคอบอบบางของไรน์ ใบหน้านั้นบิดเบี้ยวด้วยความเกลียดชัง

“เควิน ผมขอโทษ...” ไรน์พึมพำเสียงสะท้าน เสียใจที่ไม่เชื่อฟังเควิน นอกจากเขาทำให้ตัวเองเป็นอันตรายแล้ว ยังทำให้ชายหนุ่มตกอยู่ในฐานะลำบากอีก

“ไม่เป็นไร ไรน์” เควินมองควงตาสีอำพันนั้นอย่างปลอบโยน

“เควิน อย่าทิ้งปืนนะครับ” ไรน์กระซิบอย่างเป็นห่วงเควิน แต่คมมีดของยัสฟาร์ขยับเข้าไปชิดลำคอจนกรีดเป็นรอยแผลบางๆ เลือดไหลซึมออกมาทันที

“อย่า” เควินห้ามอย่างรวดเร็ว แล้วค่อยๆวางปืนลงที่พื้น

“แกคงคิดไม่ถึงล่ะสิว่าฉันจะรอดจากค่ายนั่นมาได้” เสียงแตกพร่านั้นดังขึ้น เควินสืบเท้าเข้าใกล้อีกก้าวหนึ่งขณะพูดเสียงต่ำ

“ไม่เลยฉันคิดว่าแกต้องรอดมาได้ คนอย่างแกไม่สมควรตายง่ายดายขนาดนั้น” น้ำเสียงเควินเย็นชา ต่างกับในใจที่ตอนนี้ร้อนรุ่มยิ่งนักเมื่อเห็นว่าไรน์ตกอยู่ในอันตราย

“ใช่ ฉันไม่ตายง่ายๆหรอกตอนนี้ถึงเวลาแก้แค้นแล้ว แกทำลายค่ายของฉัน ฉันก็จะทำกับของของแกบ้าง” เควินรู้สึกเย็นวูบเมื่อเข้าใจความหมายนั้น

“อืมม์! ฉันไม่เคยรู้เลยว่าแกมีรสนิยมอย่างนี้” ยัสฟาร์พูดต่อแล้วแสยะยิ้มเมื่อเห็นแววตาวูบไหวของเควินอย่างห้ามไม่อยู่ พร้อมกับที่มืออีกข้างของมันลดจากลำคอของไรน์ ร่างบางรีบสูดลมหายใจลึก แล้วก็ต้องไอออกมาเนื่องจากลำคอถูกบีบจนระบมไปหมด

แต่แล้วไรน์ก็ต้องกรีดร้องอย่างตกใจ เมื่อมือนั้นกระชากคอเสื้อคลุมจนเปิดให้เห็นไหล่ลาดและหน้าอกขาวนวล เควินสะอึกกายเข้าไปได้อีกก้าวหนึ่ง แล้วก็หยุดเมื่อคมมีดขยับ

“จุ๊ จุ๊” มันทำเสียงยั่วชายหนุ่ม เมื่อเห็นร่อยรอยที่เควินฝากไว้ที่ผิวกายนุ่มนวลนั้น

“สวยออกอย่างนี้มิน่าล่ะแกถึงได้หลงหัวปักหัวปำ จนฉันอยากจะลองดูบ้างซะแล้ว” เควินขบกรามแน่นเมื่อรู้สึกถึงอาการยั่วแหย่ให้เสียสมาธิของมัน

“ไม่” ไรน์อุทานออกมา เมื่อยัสฟาร์ก้มลงมาลิ้นสากระคายของมันเลียไปที่ใบหูบอบบางแล้วลากลิ้นไล่ลงมาที่ไหล่ หนวดเคราสากระคายบาดผิวเนื้ออ่อนบางจนเป็นรอย ไรน์รู้สึกขยะแขยงจนแทบจะอาเจียน ร่างบางสะบัดดิ้นรน แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้น

“อือม์ มีฤทธิ์เดชไม่เลว ฉันคงจะสนุกกับการทำให้แกเชื่องลง” พูดจบก็อ้าปากขบกัดที่บริเวณไหล่บางอย่างรุนแรง

“โอ๊ย...” ไรน์อุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างบางสะอื้นน้ำตาร่วงลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ เควินคำรามต่ำในลำคอ ยัสฟาร์เงยหน้าขึ้นมองเควินแล้วแลบลิ้นเลียริมฝีปาก

“อา นุ่มนวลเหลือเกิน แล้วก็หวานอย่างนี้นี่เอง อีกเดี๋ยวดูซิว่าฉันจะทำให้มันดิ้นรนกรีดร้องยามฉันเข้าไปอยู่ในตัวได้หรือเปล่า ไม่แน่นะ ไอ้เด็กนี่อาจจะพอใจฉันยิ่งกว่าแกก็ได้”

เควินกัดริมฝีปากด้านในอย่างแรงจนได้รสเลือด โทสะพุ่งขึ้นจนตาลายไปหมด มันจะต้องชดเชยอย่าสาสม ที่มันทำกับไรน์เช่นนี้ ยัสฟาร์หัวเราะเมื่อเห็นท่าทางของเควินมันเยาะเย้ยต่อ

“ฉันจะไม่ให้แกตายเร็วหรอก แกจะต้องได้เห็นคนรักของแกถูกสมสู่ ได้ยินเสียงมันร้องคราง ดิ้นเร่าอยู่ใต้ร่างฉันอย่างเร่าร้อน อาจจะร้องขออีกครั้ง และอีกครั้ง จนไม่แน่ว่าฉันอาจจะเผื่อแผ่ไปถึงลูกน้องคนอื่นของฉันอีก น่าเสียดายที่ไม่ทันคิดตั้งแต่ครั้งนั้น แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สายไม่ใช่รึ”

ยัสฟาร์สบตาเควินอย่างย่ามใจขณะมือของมันเริ่มลูบคลำไปทั่วร่างบาง มือสากระคายกระตุกเสื้อคลุมให้เปิดโล่งตลอดด้านหน้า มือลูบผ่านยอดอกแล้วขยี้ไปที่ปลายยอดอย่างรุนแรง

ไรน์งอตัวกัดริมฝีปากแน่นสะกดกลั้นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างบางแทบจะกลั้นใจตายเมื่อมือของมันเลื่อนลงต่ำลงไปที่หน้าท้องเรียบเนียนอย่างช้าๆ เพื่อยั่วเควิน

ไรน์เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีอำพันงดงามเอ่อคลอด้วยน้ำตา ร่างบอบบางสั่นระริก ไม่! เขายอมตายเสียดีกว่าที่จะให้มันทำร้ายเควิน หลังจากนั้นมันคงจะแตะต้องเขาและทำร้ายเขาอย่างโหดเหี้ยม เขาจะไม่ยอมถูกทำร้ายอีกแล้ว

ร่างบางมองชายหนุ่มผ่านม่านน้ำตาก่อนจะตัดสินใจ เควินใจหายวูบเมื่ออ่านสายตาไรน์ออก ไม่!! ชายหนุ่มอุทานในใจ มันอันตรายเกินไป ถ้าไรน์เป็นอะไรไปเขาจะทำยังไง เควินสั่นศีรษะน้อยๆ ขณะที่ยัสฟาร์กำลังมัวเมากับชัยชนะและไม่ทันระวังกับร่างบางในอ้อมแขน

ไรน์ยิ้มริมฝีปากสั่นระริก ร่างบางสบตากังวลร้อนรุ่มของเควิน แล้วก็ตัดสินใจทิ้งตัวลงที่พื้นโดยไม่สนใจคมมีดที่วางพาดคอ ยัสฟาร์คว้าร่างบางไว้ด้วยความเผลอตัวตามสัญชาติญาณ ทำให้มือขวาที่ถือมีดลดต่ำลงเล็กน้อยแต่ก็บาดลำคอระหงเป็นทางยาว และนั่นก็เพียงพอสำหรับเควินที่กำลังรอโอกาสอยู่

ร่างสูงขยับร่างอย่างรวดเร็วเข้าประชิดตัวมือแข็งแรงคว้าไปที่ข้อมือที่ถือมีดอยู่ บิดแล้วกระชากรุนแรง จนมีดร่วงลงมาชายหนุ่มตวัดสันมือไปที่ต้นคอหนาจนร่างนั้นทรุดลง แต่ยัสฟาร์ก็โถมเข้ารวบขาชายหนุ่มให้กลิ้งลงไปกับพื้นพร้อมกัน ขณะนั้นไรน์กลิ้งลงไปชนเก้าอี้แล้วก็ขยับกายถอยหนี มือเล็กควานได้ปืนที่เควินทิ้งไว้บนพื้นจึงคว้าขึ้นมาถือไว้ ร่างบางมองการต่อสู้ด้วยความหวั่นกลัวแทนเควินพยายามไม่ส่งเสียงเพื่อรบกวนสมาธิของชายหนุ่ม

แต่แล้วก็รู้สึกถึงเงาวูบผ่านมา ร่างบางกรีดร้องขึ้นมื่อเห็นปากกระบอกปืนในมือนั้นตวัดไปที่ร่างสูงที่กำลังพัวพันกันอยู่บนพื้น ไรน์ยกปืนขึ้นเหนี่ยวไกด้วยสัญชาติญาณที่จะปกป้องเควิน

“เควิน ระวัง!”

ร่างสูงชะงักบิดตัวหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงปืนดังลั่น

เปรี้ยง! เปรี้ยง!

เควินครางหนักเมื่อรู้สึกร้อนผ่าวที่ต้นขาซ้าย เขาชะงักด้วยความเจ็บปวดทำให้ยัสฟาร์ดิ้นหลุดไปได้ เควินเหลือบตาดูเล็กน้อยพบว่าคนที่ยิงเขาค่อยๆทรุดลงกับพื้น ขณะที่ร่างบางถือปืนค้าง

มันคงจะไม่เชื่อว่าต้องมาตายด้วยน้ำมือของไรน์ และผลจากการยิงของไรน์คงทำให้วิถีกระสุนมันเปลี่ยนไปจึงพลาดมาโดนแค่ขาเขา

ยัสฟาร์ถลันไปคว้ามีดที่หล่นอยู่แล้วโถมเข้าใส่ร่างสูงทันที ชายหนุ่มเอียงหลบแต่ขาข้างที่บาดเจ็บทำให้เสียหลักทรุดลง ยัสฟาร์แสยะยิ้มขณะเงื้อมีด แต่เควินก็ตวัดเท้าขวาเตะไปที่ข้อพับเข่าทำให้มันล้มลงไปอีกครั้ง เควินพลิกตัวทันทีมือแข็งแรงคว้าข้อมือของยัสฟาร์ที่กำมีดไว้รวบซ้อนไว้แน่น ขณะที่มืออีกข้างล็อคคอหนาไว้ เควินยิ้มเยือกเย็นขณะที่กดมือยัสฟาร์ข้างที่ถือมีดลงไปช้าๆ

ยัสฟาร์พยายามออกแรงต้านแต่ก็ไม่สามารถทานแรงกดจากเควินได้ จนปลายมีดลดลงมาแตะหน้าอก สายตายัสฟาร์เริ่มเหลือกลานด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก เมื่อสบตาเยือกเย็นและแน่วแน่ของเควิน

เป็นแววตาที่เขาเคยเห็นเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ร่วมรบด้วยกันที่เซดาน

“สำหรับรอยแส้ที่แกทำกับไรน์” เควินกระซิบขณะที่คมมีดค่อยจมลึกเข้าไป ยัสฟาร์รับรู้ถึงความเจ็บปวดทรมานที่ค่อยแผ่ซ่านขึ้น และเริ่มร้องตะโกนขอชีวิตอย่างหวาดกลัว

“ไม่..ไม่ เควิน ฉันขอโทษ ได้โปรดปล่อย...”

“สำหรับกระสุนปืนที่แกยิงไรน์นัดนั้น” ชายหนุ่มกดมีดอย่างใจเย็นไม่สนใจกับเสียงร้องขอชีวิต จนกระทั่งมือยัสฟาร์ที่พยายามออกแรงต้านคมมีดเริ่มอ่อนแรง ความเจ็บปวดทวีขึ้นจนยัสฟาร์รู้สึกทรมานจากคมมีดที่ค่อยแทรกลงไปช้าๆ เพราะแทนที่เควินจะทำให้มันจบไปในคราเดียว ชายหนุ่มกับยืดเวลาความทรมานและความเจ็บปวดให้เพิ่มขึ้นอย่างคนที่ชำนาญกับการใช้มีดและรู้ว่าจุดตายอยู่ตำแหน่งใด จนกระทั่ง

“และนี่สำหรับความคิดสกปรกที่แกจะทำกับไรน์” ปลายมีดค่อยจมหายลงไปจนมิดด้าม เสียงแผดร้องโหยหวนร้องออกมาเมื่อทนกับความเจ็บปวดที่ได้รับไม่ได้ แล้วร่างของยัสฟาร์กระตุกรุนแรงก่อนจะอ่อนแรงลงและนิ่งสนิทพร้อมกับเสียงที่ขาดหายไป

เควินค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นมองหาไรน์ พบว่าร่างบางกำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างหวาดกลัวเหมือนไม่เคยรู้จักเขามาก่อน เควินใจหายเมื่อเห็นสายตานั้น ไรน์กลัวเขาหรือ เขาพึมพำอย่างไม่มั่นคงนัก

“ไรน์!..” แล้วก็ถอนใจเมื่อร่างบางอุทานทิ้งปืนในมือแล้วโถมร่างเข้ามากอดเขาไว้แน่น เควินโอบไรน์ไว้กระซิบปลอบโยน เขาเช็ดเลือดจากบาดแผลที่ต้นคอของไรน์แล้วก็โล่งอกเมื่อเห็นว่าแผลไม่ลึกมากและเลือดหยุดไหลแล้ว

“ไม่เป็นไรแล้วไรน์ ไม่ต้องกลัว” เขาก้มลงจุมพิตหน้าผากบางอย่างอ่อนโยน แล้วคว้าปืนที่ร่างบางโยนทิ้งมาเหน็บไว้ที่เอว

“เควิน แต่ผม..ยิงคน..ตาย” ไรน์พึมพำเสียงพร่า ร่างบางสั่นระริกเมื่อผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาได้

“คุณยิงเพราะจำเป็น ถ้าไม่มีคุณมันอาจยิงผมตายไปแล้ว และหลังจากนั้นมันก็จะทำร้ายคุณ ผมรู้ว่าคุณเสียใจแต่อย่ารู้สึกผิดเลยไรน์” เควินปลอบโยนถึงแม้รู้ว่าร่างบางคงจะจดจำนาทีนั้นไปอีกนาน

ไรน์ถอนสะอื้น ก่อนจะนึกขึ้นมาได้

“คุณถูกยิงนี่นา” ไรน์เหลือบตาลงมองต้นขาของเควิน อุทานออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นเลือดออกมากเหลือเกิน ไรน์รีบประคองเควินไปที่เก้าอี้ยาวกดร่างสูงลงนอน

“ไรน์ ไม่เป็นไรไม่ต้องตกใจ แค่นี้ยังไกลหัวใจ” เควินกลับเป็นฝ่ายใจเย็น

“แต่ก็ต้องห้ามเลือดก่อนนะครับ” ไรน์ค้นหาของวุ่นวาย จนได้ผ้ามาสองชิ้นใช้ผ้าผืนเล็กกดไปที่ปากแผลแล้วใช้อีกผืนรัดจนแน่น

“เควินเราต้องไปโรงพยาบาลนะ” ไรน์กังวลจนแทบจะร้องไห้เมื่อเห็นเลือดยังซึมเปื้อนผ้าออกมา พวกเขาจะไปได้ยังไงในเมื่ออยู่กลางป่าอย่างนี้ เควินเห็นดังนั้นจึงไม่อยากไห้ไรน์กังวลอีก ชายหนุ่มดึงร่างบางเข้ามากอด

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวลูกน้องผมก็มา ตอนนี้คงอยู่แถวนี้แล้ว” ไรน์พยักหน้าอย่างไม่แน่ใจ เควินดึงเสื้อคลุมออกพิจารณารอยแผลที่ไหล่ของไรน์ แล้วคำรามออกมาเมื่อเห็นรอยกัดเขียวช้ำที่ไหล่บางจนอยากให้ไอ้ยัสฟาร์ฟื้นขึ้นมาเขาจะได้ฆ่ามันอีกรอบ ชายหนุ่มไล้เบาๆ ที่รอยแผลทำให้ไรน์จับมือที่สั่นด้วยแรงโทสะแล้วยิ้มก่อนจะพึมพำ

“ผมไม่เป็นไรแล้วครับ” เควินถอนใจก่อนจะโน้มต้นคอเล็กลงมาจุมพิตอย่างหนักหน่วงเหมือนจะปลอบใจร่างบาง ไรน์ตอบสนองจุมพิตปลอบใจนั้นอย่างนุ่มนวลแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เควินกระชับร่างบางไว้พร้อมกับดึงปืนจากเอวขึ้นมาจ้องอย่างมั่นคงไปทางต้นเสียง

“เจ้านายครับ” ร็อบโผล่เข้ามาอย่างกังวลแล้วก็ถอนหายใจเมื่อมองเห็นไรน์กับเควิน เขากวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วก็มองเจ้านายอย่างขอโทษก่อนจะพยักหน้าให้คนที่ตามเข้ามาจัดการกับศพที่อยู่ในบ้าน

“เจ้านายบาดเจ็บนี่ครับ” ร็อบมองต้นขาของเควิน ชายหนุ่มวางปืนลงด้านข้างส่งเสียงรับในคออย่างไม่สนใจนัก ขณะที่ไรน์อุทานอย่างดีใจเมื่อเห็นลูกน้องของเควิน

“ใช่ครับร็อบ เราต้องพาเควินไปหาหมอเดี๋ยวนี้เลย”

“ครับคุณไรน์ ผมจะรีบจัดการ” ร็อบรับคำแล้วหันไปสั่งลูกน้องให้เตรียมการอย่างรวดเร็ว แต่ก็อดเหลือบตามองเจ้านายที่ยังนอนอิงในอ้อมแขนร่างบางอย่างสบาย ท่าทางไม่เหมือนคนเจ็บสักนิดเดียว

ร็อบหันมามองไรน์ที่ยังอยู่ในเสื้อคลุม แต่สาบเสื้อมีรอยถูกฉีกกระชากขาดทำให้เห็นผิวนวลละออตา ขณะแขนเรียวคู่นั้นยังโอบรอบเจ้านายเขาอย่างปกป้องโดยไม่รู้ตัว

เควินมองตามสายตาร็อบแล้วเขม้นมองลูกน้องอย่างเตือนๆ ทำให้ร็อบเมินหน้าหนีพร้อมกับอมยิ้ม เควินเอ่ยเบาๆ

“ไรน์ เดี๋ยวเราต้องออกไปจากที่นี่คุณไปแต่งตัวเถอะ”

ไรน์พยักหน้ารับก่อนจะขยับลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอน ทันทีที่พ้นสายตาไรน์เควินทรงตัวลุกนั่งทันที ดวงตามีแววเย็นชา

“นายทำพลาดนะร็อบ อย่าพลาดอย่างนี้เป็นครั้งที่สองนะ”

“ครับผม” แววตักเตือนในน้ำเสียงทำให้ร็อบสีหน้าขรึมลงอย่างยอมรับผิด

“มันนัดคนอีกกลุ่มนึงมาเจอกันที่นี่ก่อนลงมือครับ เราเช็คจำนวนพลาดไป ผมพยายามเก็บมันตั้งแต่รอบนอกตามแผนเดิม แต่มันก็ยังหลุดมาได้”

“แล้วข้างนอกเรียบร้อยหรือเปล่า”

“ครับผมทั้งหมด13 คน รวม ที่นี่อีก 3 เป็น 16 ครับผม”

“อืมม์ มันรวบรวมคนได้ไม่เลว ไม่คิดว่ามันจะเหลือคนขายชีวิตให้มันอีก แล้วตกลงในบ้านนั้นมีคนส่งข่าวแค่คนเดียวแน่ใช่มั้ย”

“ครับ เป็นคนสวน เข้ามาทำงานได้ 1 ปีแล้ว แต่มีปัญหาทางด้านเงินจึงขายข่าวให้ไอ้ยัสฟาร์ ตอนที่ผมแกล้งทำข่าวรั่วเพื่อล่อมันให้มาที่นี่ มันเป็นคนส่งข่าวให้”

“จัดการแล้ว”

“ครับผม แต่ถ้าคุณไรน์ กับคุณคีธรู้ว่านี่เป็นแผนล่อคงไม่พอใจมากนะครับ”

“ฉันรู้ ไม่จำเป็นฉันไม่อยากให้ไรน์ต้องเสี่ยงอะไร แต่ไอ้ยัสฟาร์มันหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ถ้าไม่ล่อมันออกมาเองเห็นจะได้ตัวมันยาก และความจริงถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนไรน์ก็ไม่ต้องเสี่ยงอะไรเลย” เควินพูดสั้นๆ แล้วทั้งคู่หยุดสนทนากันทันทีที่ได้ยินเสียงไรน์เดินออกมา ร็อบแจ้งกับไรน์ทันที

“ได้เวลาเดินทางแล้วล่ะครับ” ร็อบหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องให้เข้ามาประคองเควินไปที่เปลสนาม

มันจบลงแล้วสินะ

ไรน์คิดอย่างโปรดโปร่งเมื่อหันกลับมามองตัวเคบินเล็กน้อยก่อนจะหมุนร่างเดินออกไป

TBC

0 Comments:

Post a Comment

<< Home